ตุลาคม 21, 2020

ส่องความงดงาม ของ Ferrari F50 รถปี 1995

Ferrari F50 ปี 1995 คันนี้ ถูกผลิตขึ้นเป็นคันที่ 2 จาก 349 คัน กำลังถูกนำมาประมูลบนช่องทางออนไลน์ RM Sotheby’s
ในอีเวนท์พิเศษ “Driving Into Summer” ที่กำลังจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 21-28 พฤษภาคม

ม้าลำพอง คันนี้ออกจากโรงงานมา เมื่อในปี ค.ศ. 1995 พร้อมสีตัวรถ Rosso Corsa ได้ถูกนำเข้าสู่ประเทศเยอรมนี
และจัดการแสดงที่งาน แฟรงค์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์

ในช่วงเดือนกันยายนปีเดียวกัน ก่อนที่จะถูกขายไปให้กับนักสะสม Ferrari อย่าง Michael Gabel หลังจากจบงานอีเวนท์นั้นไป

ถึงแม้ว่าจะได้เดินทางข้ามไปมาระหว่าง 2 ทวีป แต่ไมล์สะสมของ Ferrari F50 คันนี้ก็ยังคงอยู่ที่ 3,371 ไมล์ (5,425 กม.)
ทั้งนี้ สีแดง Rosso Corsa ยังคงมีสีที่สดอยู่เหมือนเดิม

Ferrari F50
เนื่องจากได้รับการดูแลอย่างดี ผู้ที่ประมูลได้จะได้รับ Ferrari Classiche Red Book คู่มือการใช้งานพร้อมกับหนังสือบำรุงรักษาต้นฉบับ
และเอกสารการบำรุงรักษาต่างๆ ซึ่งได้รับการตรวจเช็กและซ่อมบำรุงครั้งล่าสุดเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาจาก Ferrari of New England

Ferrari F50

Ferrari F50 ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Formula 1 V12 ขนาด 4.7 ลิตร กำลังสูงสุด 512 แรงม้า แรงบิด 8,000 รอบต่อนาที
และคาดเดากันว่าราคาประมูล อาจจะสูงกว่า 2.5-2.75 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณคร่าวๆ จะอยู่ที่ 80-88 ล้านบาท…

เปิดราคาแล้ว !!! รถยนต์ อัตโนมัติระดับ 3 คันแรกของจีน Xpeng P7

เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา มีการทดสอบ รถยนต์สัญชาติจีน นามว่า Xpeng P7  ท่ามกลางหิมะและอุณหภูมิติดลบ
40 องศาเซลเซียส เวลาผ่านไปไม่นาน

ก็ถึงเวลาเผยโฉมอย่างเป็นทางการของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นดังกล่าวแล้ว

แล่นฉลุย! Xpeng P7 เปิดเผยคลิปทดลองรถยนต์ไฟฟ้าด้วยอุณหภูมิ -40 องศา
จุดเด่นของเจ้า รถยนต์สัญชาติจีน  Xpeng P7 ก็คงหนีไม่พ้นระยะทางในการขับขี่

ที่วิ่งได้ไกลราว 705 กิโลเมตรต่อการชาร์จหนึ่งครั้งเลยทีเดียว

กับแบตเตอรี่ขนาด 80.9 kWh ซึ่งรุ่นท็อปนั้นใช้เวลาเพียงแค่ 4.3 วินาทีสำหรับการเร่งความเร็วจาก ถึง 100 กิโลเมตร/ชั่วโมง
มาพร้อมระบบเบรกจาก Bosch และ Brembo

ส่วนซีพียูใช้ของ Qualcomm และ Nvidia ในการติดตั้งระบบคอมพิวเตอร์

ดีไซน์ของรถยนต์ใหม่คันนี้จะต้องบอกว่าเรียบง่าย แต่หรูหราเอาการ ไม่ว่าจะเป็นมือเปิดประตูที่เรียบเนียนไปกับตัวถัง
หรือแม้แต่ไฟหน้าและท้ายที่พาดยาวตลอดแนว

ด้านระบบความปลอดภัย Xpeng P7 ยังมาพร้อมเซนเซอร์และกล้องติดไว้รอบคัน

Xpeng P7 
มีให้เลือกสรรทั้งหมด เวอร์ชั่น และก็แยกออกเป็น รุ่นย่อย ซึ่งทางค่ายได้ระบุอย่างเห็นได้ชัดว่า
นี่เป็นรถยนต์ขับขี่อัตโนมัติระดับ คันแรกของจีนอีกต่างหาก

ราคาเริ่มที่ 27,000 ปอนด์ หรือประมาณ 1.08 ล้านบาท ทว่าตอนนี้มีจำหน่ายเพียงแค่ในจีน ยังไม่ส่งออกนอกประเทศแต่อย่างใด

Aston Martin ปี 2020 ที่ถูกดีไซน์ไว้ตั้งแต่ปี 2001

ย้อนไปเมื่อปี 2001 Aston Martin เปลี่ยนไปมาก ตอนนั้นหน่วยงานทั้งหมดยังอยู่ภายใต้งานบริหารงานของ Ford
และยังไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ Motorsport 

Aston Martin


มีรุ่นรถยนต์ที่ออกมาเพียงแค่ รุ่นแค่นั้น คือ DB7 และ เจนเนอเรชั่นแรกของ Vanquish

ทีมออกแบบ Italdesign รวมทั้ง Giorgetto Giugiaro ทดลองออกไอเดีย เกี่ยวกับรถยนต์ของ Aston Martin
ในอีก 20 ปีข้างหน้าและพวกเขาก็เผยรถยนต์ในงาน Geneva Motor Show

ในปี 2001 ตั้งชื่อให้ว่าเป็น DB7 Twenty Twenty (DB7 2020)

แตกต่างจากรถยนต์ concept คันอื่นๆตรงที่มันสามารถใช้งานได้จริง ซึ่งก็คือเวอร์ชั่นของ DB7
เครื่องยนต์ 5.9 ลิตร V12 รุ่น Twenty Twenty

ไม่เคยได้ไปถึงขั้นตอน Production ตั้งแต่สมัยนั้น จนกระทั่งตอนนี้ รูปแบบที่ออกแบบว่าจะใช้วัสดุ
อลูมิเนียม คาร์บอน แล้วก็ พลาสติก

หน้าตาของ Aston Martin ในปี 2020 นี้บางทีก็อาจจะไม่มีอะไรเหมือนกับที่ทีมเคยคาดการณ์ไว้เมื่อปี 2001
เลยสักนิดเดียว แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นหลัก

สิ่งสำคัญคือ ความน่าประทับใจบน ความทุ่มเทและก็ความพยายามของ ทีมออกแบบ Italdesign
เมื่อย้อนไปในปี 2001 (ที่มา Top Gear)

โควิด-19 ทำพิษจนได้ ! Jeep Grand Cherokee 2021 ต้องเลื่อนเปิดตัวเป็นปี 2021

ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 เหมือนกัน สำหรับ Jeep บริษัทผลิตรถยนต์ของสหรัฐอเมริกา
เมื่อได้กำหนดการเดิม ที่ ราล์ฟ กิลล์ส ที่มีหัวหน้าทีมออกแบบ

ได้เคยออกมาเปิดเผย ว่าทางค่ายจะมีการเปิดตัวรถต้นแบบ Jeep Grand Cherokee 2021 ในช่วงปลายปีนี้

แต่ล่าสุดกำหนดการเดิมของ Jeep Grand Cherokee 2021 นั้นจำเป็นต้องเลื่อนออกไปก่อน เพราะเหตุมาจากศูนย์กลางการผลิตหลายแห่ง
ต้องหยุดชั่วคราว เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัสดังกล่าว จากการรายงานของ Automotive News Canada สื่อดังในทวีปอเมริกาเหนือ

สำหรับ Jeep Grand Cherokee 2021 นั้นจะถูกผลิตขึ้นที่โรงงาน Belvidere ของ FCA ในรัฐอิลลินอยส์
แต่ถึงอย่างไรก็ตามขณะนี้ทางโรงงานได้ทำการปิดตัวชั่วคราว

เหมือนกันกับโรงงานผลิตรถยนต์อื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา และทั่วโลก เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส

ซึ่งสถานการณ์ล่าสุดคาดว่า โรงงาน Belvidere นั้นจะสามารถกลับมาเปิดได้อีกครั้งในวันที่ 18 พฤษภาคม นี้ ทำให้ ราล์ฟ กิลล์ส
หัวหน้าฝ่ายออกแบบ

ได้ยอมรับแล้วว่าแผนการเปิดตัว อาจจะต้องล่าช้าออกไปอีกประมาณ 3 เดือน นั่นเท่ากับว่าเราจะได้เห็นเจ้ารถต้นแบบคันนี้
ในปี 2021 รวมถึงจะทำให้การวางจำหน่ายรถคันนี้ล่าช้าออกไปอีกเช่นกัน

สำหรับรายละเอียดเกี่ยวกับ Jeep Grand Cherokee 2021 รถ SUV ขนาดใหญ่ของทางค่ายนั้น
คาดว่าจะถูกพัฒนาบนแพลตฟอร์ม Giorgio

ที่ในปัจจุบัน Alfa Romeo Stelvio รวมทั้ง Alfa Romeo Giulia นั้นใช้อยู่ ส่วนในเรื่องของเครื่องยนต์นั้นจะยังคงเป็นเครื่องยนต์เบนซิน
Pentastar V6 ขนาด 3.6 ลิตร รวมถึงอาจมีระบบไฮบริด เป็นอีกหนึ่งทางเลือก

เผยภาพออกแบบรถระบบไฟฟ้าจาก Tesla Muscle Car

 

ชุดภาพการ ออกแบบรถยนต์ Tesla  Muscle Car กับออกแบบที่มีการผสมกันระหว่างความเป็น Roadster
และก็เสริมมิติตัวถังให้ดูบึกบึน

 

เป็นการ ออกแบบรถยนต์ ที่ดูแปลกแหวกแนวจากความเป็น Tesla

นับว่าเป็นแบรนด์ที่มีข่าวสารให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้เล่นกันตลอดเวลาจริงๆกับแบรนด์นี้
ล่าสุดมีนักออกแบบเผยออกมาว่า หากมีการผลิต Tesla Muscle Car ขึ้นมาจริงๆจะมีรูปลักษณ์แบบไหน

ผลที่ได้คือชุดภาพแบบที่มองเห็น ทีมดีไซน์เปิดเผยว่า การออกแบบเซ็ตนี้ได้เลือกใช้คุณลักษณะเด่นของรถยนต์
จากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Dodge Viper หรือจะเป็น Chevrolet Corvette

ผสมผสานกลิ่นความเป็นรถยนต์จาก Tesla เข้าไป แม้ว่ามันจะไม่ใช่แนวทางของแบรนด์นี้หรอก
ที่จะมาดีไซน์รถยนต์สไตล์ Muscle Caเหลี่ยมแบบนี้ แต่ก็นับว่าถ้าทำออกมาคงจะดูดี และน่าใช้งานไม่น้อย

มาในรูปแบบออพชั่นแน่นๆ กับ Toyota Crown 2020 รุ่นพิเศษ

Toyota Motor Co., Ltd. ได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี ของรถยนต์ซีดานเรือธงสุดหรูอย่าง Toyota Crown ( โตโยต้า คราวน์ )
ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ 3 สไตล์ที่โดดเด่นด้วยกัน

ได้แก่ Crown Limited, Crown Elegance Style II และ Crown Sport Style ได้ยกระดับสไตล์เด่นออกมา ออพชั่นถือว่าจัดเต็มมากยิ่งขึ้น

เริ่มจาก Toyota Crown Limited เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจากเกรด RS มอบความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
สีดำเงา และเบาะนั่งที่หุ้มผ้าและหนังสังเคราะห์

พร้อมฟังก์ชั่นปรับไฟฟ้าที่คู่หน้า รวมทั้งยังได้รับระบบตรวจจับจุดบอดด้านหลัง เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุหลังพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ

Toyota Crown Elegance Style II จะได้รับล้ออัลลอยลดเสียงรบกวน มาพร้อมชุบโครเมียม ขนาด 18 นิ้ว และภายในที่มีให้เลือกทั้งสีดำ
สีเทาอ่อน และสีทอง เบาะนั่งหุ้มหนังกลับผสมหนังสังเคราะห์ แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยไม้สีดำ เป็นต้น

และ Toyota Crown Sport Style ที่ได้กลับมาให้แฟน ๆ ของโตโยต้า ได้ครอบครองกันอีกครั้ง โดยในโฉมนี้จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยสีดำ
ขนาด 18 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นลดเสียงรบกวน ไฟหน้า-ไฟท้าย LED รมดำ ชิ้นส่วนนั้นตกแต่งสีดำที่กระจังหน้า
กรอบโคมไฟตัดหมอก และป้ายทะเบียน

ส่วนภายในจะเป็นห้องโดยสารสีดำตัดกับสีแดง พร้อมเบาะนั่งที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ หนังแท้ กับเบาะผ้า-หนังสังเคราะห์
ส่วนแผงประตูจะตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์

ทุกรุ่นพิเศษของ Toyota Crown  ( โตโยต้า คราวน์ ) จะได้รับระบบนำทาง T-Connect SD พร้อมระบบการเชื่อมต่อของ
SmartDeviceLink, Apple CarPlay และ Android Auto

ส่วนขุมพลังในทุกรุ่นจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
และขุมพลังไฮบริด 2.5 ลิตร สมรรถนะรวม 226 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และ AWD

สำหรับราคาจำหน่ายของ 2020 Totota Crown รุ่นพิเศษ เริ่มจาก Crown Sport Style และ Elegance Style II เริ่มต้น 5,063,000 เยน
หรือราว ๆ ส่วน Crown Limited เริ่มต้น 5,169,000 เยน หรือราว ๆ ส่วน…

รถไฟฟ้า Subaru Evoltis รอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปลายปี 2021

ถือเป็นเรื่องราวจากค่ายดาวลูกไก่ Subaru  ซูบารุ ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก
สำหรับรถยนต์ใหม่ Subaru Evoltis รถอเนกประสงค์ไฟฟ้า

ที่จัดเตรียมจะเปิดตัวในอีกไม่ช้า ทั้งยังเป็นการร่วมมือกับ Toyota (โตโยต้า)
ในการพัฒนาเจ้ารถยนต์รุ่นนี้นั่นเอง

มีการเผยถึงขุมพลังของ ซูบารุ Subaru Evoltis ว่า กำลังสูงสุดที่รถยนต์ใหม่คันนี้
จะมอบให้อยู่ที่ตัวเลข 290 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อน ล้อ

รวมทั้งแบตเตอรี่ที่อาจใช้จาก BYD ที่ Toyota พึ่งลงนามก่อตั้ง บริษัทแบตเตอรี่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกัน

โดยถ้าชาร์จหนึ่งครั้งจะวิ่งได้ไกลสุดถึง 500 กม. ในขณะที่ออกแบบก็ยังคงกระจังหน้า เหลี่ยม
อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ ที่เหลือจะปรับออกแบบให้ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากนั้นยังมีการคาดเดาว่า จะมีการนำระบบ AI มาช่วยสำหรับการขับรถ Subaru Evoltis คันนี้
ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยทั้งเรื่องการเปลี่ยนเลน,

ระบบปล่อยมือขับอัตโนมัติในช่วงการจราจรติดขัดการควบคุมพวงมาลัย,
การลดความเร็วอัตโนมัติเมื่อเจอทางโค้ง เป็นต้น

ที่ผ่านมาค่าย Subaru ได้ยื่นจดชื่อทะเบียนการค้าคำว่า Evoltis ไปเมื่อปี 2018
ส่วนกำหนดการจำหน่ายจริงของ Subaru Evoltis น่าจะอยู่ประมาณสิ้นปี 2021

สวิตได้รับลิขสิทธิ จะเริ่มผลิต ASTON MARTIN VANTAGE V12 ZAGATO HERITAGE TWINS ปีนี้

R Reforged ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ AF Racing Group ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่ได้รับลิขสิทธิจาก Aston Martin  ให้ ผลิตรถยนต์หรู Aston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS

จะเริ่มการผลิตรถยนต์ในปีนี้ที่โรงงานแห่งใหม่ในสหราชอาณาจักร

รวมทั้ง Speedster แบบ 19 คันรวมแล้วเป็นจำนวน 38 คันในโอกาสฉลองครบ 100 ปีของ Zagato Atelier และเป็นเวลา 60 ปี
ที่สำนักงานดีไซน์รถยนต์อิตาเลียนแห่งนี้มีความร่วมมือกับผู้ ผลิตรถยนต์หรู

จา กสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว โดยรถยนต์ซึ่งจะถูกขาเป็นคู่สำหรับลูกค้า 19 คน จะถูกผลิต
โดยใช้ Aston Martin Vantaage V12 Zagato ปี 2011 เป็นพื้นฐานสำหรับในการผลิต

มาพร้อมกับการ
ออกแบบ  ที่โดดเด่นสะดุดตา 

และป้ายทอง สำหรับฉลองครบ 100 ปี นอกจากนี้รถคูเป้และเปิดประทุนทั้ง 38 คันจะมากับเครื่องยนต์ V12 Vantage
หายใจเอง 5.9 ลิตรที่ถูกปรับใหม่จนมีกำลัง 600 แรงม้า ซึ่งมากยิ่งกว่าเครื่องยนต์ดั้งเดิม 85 แรงม้า

มีตัวถังทั้งหมดเป็นคาร์บอนไฟเบอร์  พร้อมกับระบบแอโรไดนามิกแบบแอที

โดยมีปีกหลังที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับรถยนต์ที่ความเร็วสูง ยิ่งไปกว่านี้ยังมีล้ออัลลอยเซ็นเตอร์ล็อก 19 นิ้ว
ผลิตพิเศษที่ดีไซน์โดย APP

สำหรับรถAston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS 2 คันแรกที่ถูกผลิตออกมาจะถูกกำหนดสเปก
 โดย Marella Rivolta Zagato ซึ่งเป็นประธานร่วมของสำรักงานดีไซน์รถแห่งนี้ muj

ได้เลือกสีทองและ lu แพลตินัมเป็นสีภายนอกของรถ คันแรก และก็จะมีการเปิดตัวในกลางปีนี้
ส่วนการผลิตรถยนต์สำหรับลูกค้าที่จองไว้แล้วจะเริ่มในไตรมาสที่ ของปีนี้

Kia Soul EV รถระบบไฟฟ้า รถรักษ์โลกสัญชาติยุโรป

ด้วยรางวัล World Urban Car of the Year 2020 รถยนต์เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของ Kia Soul EV
ทำให้เจ้ารถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นที่สนใจของสื่อต่างๆในยุโรปในทันที

เพราะว่ามันผงาดเข้าป้ายคว้ารางวัลชนิดทิ้งคู่แข่งอย่าง Mini Cooper SE รวมทั้ง Volkswagen T-Cross
สองรถยนต์ชนชาติยุโรป ไปแบบไม่เห็นฝุ่นด้วยการคว้าคะแนนถึง 751 คะแนน

สำหรับ Kia Soul EV เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนจากค่าย Kia Motor Corporation
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติประเทศเกาหลีใต้

เคยมาเปิดตัวที่บ้านพวกเราไปเมื่อกลางปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ในงาน BIG Motor Sale 2019
เนื่องจากว่ามันเป็นรถไฟฟ้าแบบ 100% ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ
และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

รูปโฉมภายนอกของ Kia Soul EV ต้องบอกเลยว่าสร้างแรงดึงดูดได้ดีเลยทีเดียว ด้วยการออกแบบที่ดูทันสมัย
เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดกระชับ มาพร้อมกับไฟหน้ากว้างแบบ LED และก็ DRLs

ช่วยทำให้รูปลักษณ์รถยนต์มีความเพรียวบาง ฝากระโปรท้ายมีการผสานกับไฟท้ายได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี
รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้วยกันชนที่กว้างขึ้น

และในส่วนของขุมกำลัง อย่างที่บอกไปแล้วว่ารถรุ่นนี้เป็นระบบ EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ด้วยแบตเตอรี่ 64 kWh ที่สามารถให้กำลัง 204 แรงม้า และสามารถขับได้ในระยะทางสูงสุด 452 กม.

จากการชาร์จเต็มเพียงหนึ่งครั้ง ที่มาพร้อมระบบการขับขี่ Drive Mode ที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
ไม่ว่าจะเป็นแบบปกติ, แบบสปอร์ต หรือแบบอีโค

และในส่วนของภายในห้องโดยสารของ รถรุ่นนี้ได้ออกแบบและตกแต่งได้อย่างทันสมัย
อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และนอกจากนี้เบาะนั่งแถวหลังยังสามารถปรับพับได้ทั้งแบบ 60:40
และ แบบ Dual Level เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระด้านท้ายให้มากยิ่งขึ้น
และหลังคาซันรูฟที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

ในส่วนของระบบมัลติฟังก์ชัน หน้าจอแสดงผลแบบ Supervision TFT-LCD Cluster ขนาด 7 นิ้ว,
ระบบแสดงผลแบบ Head-up Display และวิทยุที่มาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว

ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมทั้งระบบ Sound Mood Lamp
ที่สามารถเปลี่ยนสีและจังหวะของไฟภายในรถได้ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยอย่าง กล้องมองหลังและเส้นกะระยะ ถุงลมนิรภัยรอบคัน
เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto-Hold ระบบควบคุม สเถียรภาพการทรงตัว ESC

และ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Detector) และระบบช่วยเตือนรถขณะถอย RCTA
(Rear Cross Traffic Alert)

ด้วยคุณภาพขับแน่น บวกด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2.387 ล้านบาท แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทำให้มันสามารถเอาชนะใจกรรมการก่อนคว้ารางวัล World Urban Car of the Year 2020
ไปครองได้สำเร็จ…

พบกับ Mustang Mach-E สายซิ่งพร้อมส่งมอบปลายปี

ปลายปีนี้ Ford Mustang Mach-E จะเริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้า และเป็นการต้อนรับการมาถึงของรถยนต์คันนี้
Abimelec Design ได้ดีไซน์ Mach-E คนนี้ เป็นรถยนต์สายซิ่งเปลี่ยนล้อใหม่

 Ford Mustang เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆให้ดูแล้วโฉบเฉี่ยวขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเป็นการติตั้งล้อทอง Volk TE37 ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะแวดวงรถยนต์แต่งที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อล้อผสานเข้ากับตัวรถยนต์เกิดเป็นเคมีที่พอดีอย่างบอกไม่ถูก ล้อใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ถูกปรับให้ต่ำลง
เพื่อช่องว่างของล้อ รวมทั้ง ตัวรถยนต์

เน้นรายละเอียดการออกแบบที่สะดุดตาของ Mach-E โดยเฉพาะกระโปรงหน้ารถ

Mach-E จะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า ตัวเลือก มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
รุ่นมาตรฐานจะมีกำลังอยู่ที่ 266 แรงม้าแล้วก็แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)

และ RWD Extended Range จะมาพร้อมกำลัง 290 แรงม้า และ แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)
ยิ่งกว่านั้นยังมีรุ่นขับเคลื่อน ล้อ, AWD Extended Range และ รุ่นเรือธง Mach-E GT