ตุลาคม 21, 2020

รถแห่งโลกอนาคต Mazda Vision-Cosmo ที่ได้แค่จินตนาการ

มาสด้า Mazda Vision-Cosmo จากนักออกแบบ Yi Dong และคิดว่ามันคงไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้จริงๆ
แต่จินตนาการของนักออกแบบดังกล่าว มันออกมาดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับในยุคนี้

แนวคิดการออกแบบ ดีไซน์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก มาสด้า Mazda Cosmo ปี 1967 – 1972
แบบจำลองของ Yi Dong จำลองรุ่นปี 1972 สุดท้าย เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมกันสูงมาก ในยุคสมัยนั้น

และการตีความหมายของศิลปิน ในการดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ Yi Dong
สามารถแสดงให้เห็นว่า มันสามารถออกแบบได้จริงๆ

โดยการผสมผสานแนวคิดและปรัชญาในการออกแบบ kodo design ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบของมาสด้า
ยุคใหม่ๆ ในปัจจุบัน

Mazda Vision-Cosmo เน้นการดีไซน์ในรูปแบบที่ดูล้ำสมัย ไร้รอยต่อ พร้อมไฟหน้าแบบ LED เรียวยาวเชื่อมกันอย่างลงตัว
ไฟท้ายแบบเจ็ท afterburner-esque พร้อมแสงไฟแบบ LED ไฟเบรคดวงที่สามแนวตั้งด้านหลัง ล้อขนาดใหญ่

การออกแบบ Mazda Vision-Cosmo ค่อนข้างจะเป็นแนวคิดสุดล้ำเกินจริงไปมาก ราวกับ รถในโลกอนาคต
แต่ถึงยังไงแล้ว จินตนาการของคนก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ดีไซน์ต่างๆ อาจรวมเป็นแนวคิดที่น่าสนใจให้มาสด้าตัดสินใจ เราขอชื่นชมอีกแรงของนักออกแบบ
ที่รังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมดังกล่าว…

สวิตได้รับลิขสิทธิ จะเริ่มผลิต ASTON MARTIN VANTAGE V12 ZAGATO HERITAGE TWINS ปีนี้

R Reforged ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ AF Racing Group ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่ได้รับลิขสิทธิจาก Aston Martin  ให้ ผลิตรถยนต์หรู Aston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS

จะเริ่มการผลิตรถยนต์ในปีนี้ที่โรงงานแห่งใหม่ในสหราชอาณาจักร

รวมทั้ง Speedster แบบ 19 คันรวมแล้วเป็นจำนวน 38 คันในโอกาสฉลองครบ 100 ปีของ Zagato Atelier และเป็นเวลา 60 ปี
ที่สำนักงานดีไซน์รถยนต์อิตาเลียนแห่งนี้มีความร่วมมือกับผู้ ผลิตรถยนต์หรู

จา กสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว โดยรถยนต์ซึ่งจะถูกขาเป็นคู่สำหรับลูกค้า 19 คน จะถูกผลิต
โดยใช้ Aston Martin Vantaage V12 Zagato ปี 2011 เป็นพื้นฐานสำหรับในการผลิต

มาพร้อมกับการ
ออกแบบ  ที่โดดเด่นสะดุดตา 

และป้ายทอง สำหรับฉลองครบ 100 ปี นอกจากนี้รถคูเป้และเปิดประทุนทั้ง 38 คันจะมากับเครื่องยนต์ V12 Vantage
หายใจเอง 5.9 ลิตรที่ถูกปรับใหม่จนมีกำลัง 600 แรงม้า ซึ่งมากยิ่งกว่าเครื่องยนต์ดั้งเดิม 85 แรงม้า

มีตัวถังทั้งหมดเป็นคาร์บอนไฟเบอร์  พร้อมกับระบบแอโรไดนามิกแบบแอที

โดยมีปีกหลังที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับรถยนต์ที่ความเร็วสูง ยิ่งไปกว่านี้ยังมีล้ออัลลอยเซ็นเตอร์ล็อก 19 นิ้ว
ผลิตพิเศษที่ดีไซน์โดย APP

สำหรับรถAston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS 2 คันแรกที่ถูกผลิตออกมาจะถูกกำหนดสเปก
 โดย Marella Rivolta Zagato ซึ่งเป็นประธานร่วมของสำรักงานดีไซน์รถแห่งนี้ muj

ได้เลือกสีทองและ lu แพลตินัมเป็นสีภายนอกของรถ คันแรก และก็จะมีการเปิดตัวในกลางปีนี้
ส่วนการผลิตรถยนต์สำหรับลูกค้าที่จองไว้แล้วจะเริ่มในไตรมาสที่ ของปีนี้

Kia Soul EV รถระบบไฟฟ้า รถรักษ์โลกสัญชาติยุโรป

ด้วยรางวัล World Urban Car of the Year 2020 รถยนต์เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของ Kia Soul EV
ทำให้เจ้ารถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นที่สนใจของสื่อต่างๆในยุโรปในทันที

เพราะว่ามันผงาดเข้าป้ายคว้ารางวัลชนิดทิ้งคู่แข่งอย่าง Mini Cooper SE รวมทั้ง Volkswagen T-Cross
สองรถยนต์ชนชาติยุโรป ไปแบบไม่เห็นฝุ่นด้วยการคว้าคะแนนถึง 751 คะแนน

สำหรับ Kia Soul EV เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนจากค่าย Kia Motor Corporation
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติประเทศเกาหลีใต้

เคยมาเปิดตัวที่บ้านพวกเราไปเมื่อกลางปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ในงาน BIG Motor Sale 2019
เนื่องจากว่ามันเป็นรถไฟฟ้าแบบ 100% ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ
และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

รูปโฉมภายนอกของ Kia Soul EV ต้องบอกเลยว่าสร้างแรงดึงดูดได้ดีเลยทีเดียว ด้วยการออกแบบที่ดูทันสมัย
เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดกระชับ มาพร้อมกับไฟหน้ากว้างแบบ LED และก็ DRLs

ช่วยทำให้รูปลักษณ์รถยนต์มีความเพรียวบาง ฝากระโปรท้ายมีการผสานกับไฟท้ายได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี
รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้วยกันชนที่กว้างขึ้น

และในส่วนของขุมกำลัง อย่างที่บอกไปแล้วว่ารถรุ่นนี้เป็นระบบ EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ด้วยแบตเตอรี่ 64 kWh ที่สามารถให้กำลัง 204 แรงม้า และสามารถขับได้ในระยะทางสูงสุด 452 กม.

จากการชาร์จเต็มเพียงหนึ่งครั้ง ที่มาพร้อมระบบการขับขี่ Drive Mode ที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
ไม่ว่าจะเป็นแบบปกติ, แบบสปอร์ต หรือแบบอีโค

และในส่วนของภายในห้องโดยสารของ รถรุ่นนี้ได้ออกแบบและตกแต่งได้อย่างทันสมัย
อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และนอกจากนี้เบาะนั่งแถวหลังยังสามารถปรับพับได้ทั้งแบบ 60:40
และ แบบ Dual Level เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระด้านท้ายให้มากยิ่งขึ้น
และหลังคาซันรูฟที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

ในส่วนของระบบมัลติฟังก์ชัน หน้าจอแสดงผลแบบ Supervision TFT-LCD Cluster ขนาด 7 นิ้ว,
ระบบแสดงผลแบบ Head-up Display และวิทยุที่มาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว

ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมทั้งระบบ Sound Mood Lamp
ที่สามารถเปลี่ยนสีและจังหวะของไฟภายในรถได้ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยอย่าง กล้องมองหลังและเส้นกะระยะ ถุงลมนิรภัยรอบคัน
เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto-Hold ระบบควบคุม สเถียรภาพการทรงตัว ESC

และ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Detector) และระบบช่วยเตือนรถขณะถอย RCTA
(Rear Cross Traffic Alert)

ด้วยคุณภาพขับแน่น บวกด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2.387 ล้านบาท แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทำให้มันสามารถเอาชนะใจกรรมการก่อนคว้ารางวัล World Urban Car of the Year 2020
ไปครองได้สำเร็จ…

พบกับ Mustang Mach-E สายซิ่งพร้อมส่งมอบปลายปี

ปลายปีนี้ Ford Mustang Mach-E จะเริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้า และเป็นการต้อนรับการมาถึงของรถยนต์คันนี้
Abimelec Design ได้ดีไซน์ Mach-E คนนี้ เป็นรถยนต์สายซิ่งเปลี่ยนล้อใหม่

 Ford Mustang เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆให้ดูแล้วโฉบเฉี่ยวขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเป็นการติตั้งล้อทอง Volk TE37 ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะแวดวงรถยนต์แต่งที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อล้อผสานเข้ากับตัวรถยนต์เกิดเป็นเคมีที่พอดีอย่างบอกไม่ถูก ล้อใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ถูกปรับให้ต่ำลง
เพื่อช่องว่างของล้อ รวมทั้ง ตัวรถยนต์

เน้นรายละเอียดการออกแบบที่สะดุดตาของ Mach-E โดยเฉพาะกระโปรงหน้ารถ

Mach-E จะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า ตัวเลือก มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
รุ่นมาตรฐานจะมีกำลังอยู่ที่ 266 แรงม้าแล้วก็แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)

และ RWD Extended Range จะมาพร้อมกำลัง 290 แรงม้า และ แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)
ยิ่งกว่านั้นยังมีรุ่นขับเคลื่อน ล้อ, AWD Extended Range และ รุ่นเรือธง Mach-E GT

ผลงานชิ้นใหม่ Lister SUV-E 2020 ใหม่ เบาและแรง

Lister กำลังจะมีผลงานชิ้นใหม่ออกมา ซึ่งไม่ใช่การปรับจูน F-Types ให้มีเสียงท่อไอเสียตามที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะเหตุว่า Lister หันมาจับ รถยนต์ไฟฟ้า แล้ว

Lister ร่วมมือกับ Jaguar สร้างสรรค์ประดิษฐ์ผลงานที่มีชื่อว่า ListerSUV-E ที่ปรับปรุงและพัฒนาขึ้นบน I-Pace
ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการตกแต่งรูปลักษณ์ทั่วๆไปเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังมีการ อัปเดตซอฟท์แวร์

เพื่อเพิ่มแรงม้าแล้วก็แรงบิดขึ้นจากเดิม ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่เคยรู้ว่ามันเพิ่มจาก I-Pace รุ่นปกติที่มีกำลังสูงสุด 395 แรงม้า
และก็แรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร ไปมาน้อยแค่ไหน

นั่นส่งผลให้อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเร็วขึ้นกว่ารุ่นปกติ ทั้งยัง SUV-E ยังเบากว่าเดิมถึง 100 กิโลกรัม
จากการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ลงในชิ้นส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งรอบคัน ,

ฝากระโปรหน้า หรือกระทั่งเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกรวมทั้งล้อแบบไทเทเนียมใหม่หมดจด

ListerSUV-E ยังมาพร้อมกับช่วงล่างแบบปรับได้ที่ช่วยทำให้ตัวรถยนต์เตี้ยลงกว่าเดิม รวมถึง เสียงท่อไอเสียที่ดุดันยิ่งกว่า
บางทีนี่อาจเป็น Listerที่มีเสียงดังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“แม้ว่าเครื่องยนต์สันดาปจะถือเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเรามาอย่างยาวนาน แต่เราก็ปฏิเสธรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้”
มร.Lawrence Whittaker ผู้บริหารของ Listerกล่าวกับพวกเรา

“ListerSUV-E จะถูกผลิตตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตัวถังที่สามารถเลือกสีต่างๆ ได้ตามใจชอบ,
หนังภายในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 60 สี รวมถึงทัศนคติที่ว่าอะไรก็เป็นไปได้”

ListerSUV-E มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 125,000 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 4,870,000 บาท) และจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ตามการตกแต่งของลูกค้าแต่ละราย…

เพิ่มแรงบิด Hyundai Veloster N 2020

Hyundai Veloster N 2020 ฮ็อตแฮทช์จากดินแดนกิมจิปรับอุปกรณ์ล่าสุด จูนเครื่องใหม่ได้แรงบิดเพิ่ม
กับเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ DCT 8 สปีด

น่าเสียดายที่ค่ายรถยนต์เกาหลีใต้อย่างฮุนไดนำรถตู้ รถยนต์ไฟฟ้า มาขายให้แก่คนไทยเพียงไม่กี่รุ่น
เพราะตอนนี้ที่อเมริกา Hyundai Veloster N 2020 ฮ็อตแฮทช์รหัสแรงเพิ่งรับการปรับใหม่ให้จี๊ดกว่าเดิม

ก่อนหน้ามีรายงานว่า Veloster N จะได้ขยายไซส์เครื่องไปอยู่ที่ขนาด 2.5 ลิตร แต่พอข้อมูลทางการเผย
กลับกลายเป็นว่ายังใช้เครื่องเบนซินเทอร์โบ สูบเรียง 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250-275 แรงม้า (HP)

ที่ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจเสริมความแรง ให้แรงบิดสูงสุด 353 นิวตันเมตร พร้อมปรับซอร์ฟแวร์ใหม่ก็เลยได้เพิ่มมาอีก 7%
มาจบที่ 377 นิวตันเมตร จากนั้นจึงส่งผ่านกำลังไปสู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่แบบเปียก สปีด

ฮุนไดระบุว่าสาเหตุที่แรงบิดเพิ่มขึ้นมาจาก N Grin Shift (NGS) หรือการที่ระบบยอมให้เครื่องยนต์เพิ่มบูสต์สูงสุด
กับเกียร์ตอบสนองเต็มที่ เป็นระยะเวลาประมาณ 20 วินาที

นอกจากนี้ เกียร์ลูกใหม่ยังให้โหมด N Power Shift (NPS) และ N Track Sense Shift (NTS) ซึ่งปรับการตอบสนองของเกียร์
อย่างเหมาะสมขึ้นตรงต่อสถานการณ์

เห็นเจ้ารถตัวแรงสุดวัยรุ่นคันนี้แล้วก็อดเสียดายไม่ได้ เพราะที่ต่างประเทศมันเป็นคู่แข่งของ Honda Civic Type R, Volkswagen Golf R
แบบว่าเป็นตัวเลือกสำหรับคนรักฮ็อตแฮทช์ทั้งนั้น

G-NIVA 2020 รวมสไตล์จากเยอรมันและรัสเซีย

G NIVA 2020 เอสยูวีคันพิเศษเพียงแค่หนึ่งเดียว ที่รวมเอาเอกลักษณ์ของสองอเนกประสงค์
Mercedes-Benz G-Class กับ Lada Niva เข้าไว้ร่วมกัน

 G NIVA 2020

ที่มาของรุ่น  G NIVA 2020 ทุกคนคงจะรู้จักดีกับ Mercedes-Benz G-Class รถยนต์ตรวจการณ์รุ่นตำนานค่าย
ตราดาวเยอรมัน ส่วน Lada Niva นั้น เป็นหนึ่งในรถยนต์สายลุยสุดอึดจากดินแดนหมีขาวรัสเซีย

เมื่อสองคันมารวมกันก็เลยกลายเป็น G NIVA 2020 สุดหล่อคันนี้ นักออกแบบชาวรัสเซีย Aleksandr Isaev 
ได้จับเอาสไตล์ของเอสยูวีรุ่นตำนานจากสองชาติมาผสมเข้าด้วยกัน

เขย่าออกมามีขนาดไซส์ลดลงเหลือเท่า Niva โฉมปกติ พร้อมคงความหล่อบึกบึนคล้ายกับ G-Class
แล้วก็ถึงแม้ขนาดตัวถังจะเล็กลง แต่ว่าความสามารถในการลุยกลับเพิ่มขึ้นด้วยระยะฐานล้อที่สั้นเหมาะสมต่อการปีนป่าย

จุดที่แสดงความเป็น G-Class เริ่มจากด้านหน้ารถยนต์ที่เกือบจะยกมาทั้งดุ้น เช่น กระจังหน้า ไฟหน้า
และแถบไฟ DRL LED ด้านบนมีหลังคากระจกที่แบ่งได้สองส่วน

รวมทั้งเมื่อเดินมาด้านหลังจะเจอกับเส้นสายจาก Niva เช่น ไฟท้าย LED กับท่อไอเสียรูเดียวออกตรงกลางคัน
ภายในห้องโดยสารเจอกับความนำสมัยบวกความคลาสสิก

เริ่มด้วยการเปลี่ยนมาตรวัดแบบดั้งเดิมกลายเป็นจอดิจิตอลหน้าผู้ขับขี่ ถัดมาตรงกลางมีหน้าจอสัมผัสขนาดใหญ่
ไว้ใช้ควบคุมสิ่งต่างๆส่วนช่องแอร์มีลักษณะทรงสี่เหลี่ยมสไตล์ย้อนยุค

มินิคาร์ EV สองสัญชาติ Wuling Hongguang Mini EV เผยชื่อออกมาอย่างเป็นทางการ

SAIC-GM-Wuling ประกาศอัปเดทชื่อ รถยนต์ไฟฟ้า แบบใหม่ล่าสุดในชื่อ All-New Wuling Hongguang Mini EV
พร้อมกันกับการเปิดเผยข้อมูลสำคัญรอบด้าน ตั้งแต่บุคลิก ภายใน ออพชั่น
รวมทั้งอื่นๆให้แฟนคลับได้ดูพร้อมๆกัน

ความน่าดึงดูดใจของชื่อ Wuling Hongguang Mini EV นั้น Wuling Hongguang เป็นชื่อของรถยนต์ MPV
ของกิจการร่วมค้าระหว่างจีนและสหรัฐอเมริกา

ซึ่งได้เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2010 ที่ผ่านมา ซึ่งการมาในลักษณะของ รถยนต์ไฟฟ้า ทำให้กลายเป็น Hongguang รุ่นแรก
ที่นำเสนอระบบขับเคลื่อนใหม่นี้ แม้ว่าจะเล็กกว่าที่คาดไว้ก็ตาม

ด้วยมิติตัวถังของ Wuling Hongguang Mini EV มีความยาวเพียงแค่ 2,917 มิลลิเมตรความกว้าง 1,493 มิลลิเมตร,
ความสูง 1,621 มิลลิเมตร รวมทั้งระยะฐานล้อที่ 1,940 มิลลิเมตร พร้อมกับภายในที่มาในแบบรถยนต์ ที่นั่ง

ทางทีมดีไซน์ได้แรงบันดาลใจมาจากรถยนต์ Kei-Car ในประเทศประเทศญี่ปุ่น ที่มีขนาดเล็ก แต่ภายในได้ดีไซน์ให้มีความกว้าง
จึงทำให้การออกแบบด้านในของ Wuling Hongguang Mini EV

ก็คือการออกแบบเบาะตอนหลังให้ใกล้กับประตูท้าย นั่นหมายความว่าหากโดยสาร คนก็จะไม่มีที่วางสัมภาระท้าย
แต่ถ้านั่ง 1-2 คน ก็จะมีที่บรรทุกสัมภาระท้ายจากการพับเบาะนั่นเอง

ซึ่งจะมีความจุมากถึง 740 ลิตร ซึ่งความสูงถึงเพดานดังที่กล่าว สามารถรองรับบรรทุกกระเป๋าเดินทางขนาด 26 นิ้ว
หรือแม้แต่รถเข็นเด็กที่พับเป็นระเบียบเรียบร้อยแล้ว

แต่ภายในรถมีทั้งที่วางแก้ว และช่องเก็บของมากถึง 12 ตำแหน่ง การออกแบบอุปกรณ์ต่าง ๆ จะต้องเรียบง่าย
ไม่กินพื้นที่ ฟังก์ชั่นไม่จุกจิก สำหรับรายละเอียดเต็ม ๆ และกำหนดการวางจำหน่ายจะมีขึ้นในช่วงไตรมาสที่ 3 ปีนี้…

เปิดตัว Maserati Levante Grigio Matte Edition ดำด้านสุดหรูหรา

Maserati Thailand เปิดตัว Maserati Levante Grigio Matte Edition รุ่นพิเศษ ( เลอวานเต้ กริจิโอ แมท อิดิชั่น )
เป็นครั้งแรกในประเทศไทย มีจำนวนจำกัด เพียงแค่ 50 คันทั่วโลกเท่านั้น

รถยนต์ใหม่ Maserati Levante Grigio Matte Edition มาพร้อมตัวถังสีเทาด้าน Grigio Lava และชุดแต่ง Nerrissimo Pack
ประกอบด้วยกระจังหน้าและโลโก้สัญลักษณ์โครเมียมรมดำ

เพิ่มความสปอร์ตด้วยมือจับประตูสีเดียวกับตัวถัง กรอบหน้าต่างสีดำเงา Glossy Black ไฟท้ายสีเข้ม Dark Look
พร้อมปลายท่อไอเสียแบบ Burnished แล้วก็ประตู Soft Close

ส่วนด้านในห้องโดยสารสปอร์ตเต็มพิกัด Maserati Levante Grigio Matte Edition จะจัดตั้งเบาะปรับกระแสไฟฟ้าทรงสปอร์ต
และก็พวงมาลัยหุ้มหนังแท้ Pieno Fiore บริเวณหมอนรองศีรษะปักโลโก้ และแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์

พร้อมแพดเดิชิฟต์ ระบบเครื่องเสียง Bower & Wilkins Premium Sound System ปิดท้ายความสปอร์ตด้วยคาลิปเปอร์เบรกพ่นสีแดง
จับคู่กับล้อแม็กผิวด้าน Helios ขอบ 21 นิ้ว

รถใหม่ Maserati Levante Grigio Matte Edition ขับเคลื่อนอย่างเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เบนซิน วี 6 สูบ ทวินเทอร์โบ 350 แรงม้า
ส่งกำลังสู่ล้อทั้ง 4 ผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ มาพร้อม warranty 3 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และ Premium Maintenance Program 3 ปี หรือ 60,000 กิโลเมตร…

Lexus LC 2021 ตัวถังใหม่เบาขึ้นกว่าเดิมพร้อม 2 เฉดสีใหม่

นับว่าเป็นอีกรุ่นยอดนิยมสำหรับ Lexus LC รถสปอร์ตคูกระเป๋า ระดับไฮเอนด์ของทาง Lexus ( เล็กซัส )
บริษัทผลิตรถยนต์พรีเมียมชนชาติประเทศญี่ปุ่นที่บุกไปทำตลาดอเมริกา

ปัจจุบันจัดเตรียมโปรเจกต์สำหรับ เล็กซัส Lexus LC 2021 ออกมาเป็นที่เป็นระเบียบ

โดย Lexus LC 2021 ทางค่ายเปิดเผยว่าจะเน้นย้ำไปที่การปรับแก้ช่วงล่างปีกนกล่างจะเปลี่ยนแปลงมาใช้วัสดุ
ที่ทำจากอลูมินัม ยิ่งไปกว่านี้จะมีการเพิ่มสปริงเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง

และเหล็กกันความร้อนแบบท่อ มาพร้อมล้ออัลลอยขนาด 21 นิ้ว ซึ่งทั้งหมดจะทำให้มีน้ำหนักเบากว่าเดิมถึง 10 กิโลกรัม

ด้วยการปรับปรุงนี้ Lexus มั่นใจว่ามันจะรับแรงกระแทกได้ดีกว่าเดิม และเปลี่ยนเป็นรถยนต์ที่มีความละมุนละไมมากที่สุด
ด้านเทคโนโลยีจะมีการนำชุดเกียร์อัตโนมัติใหม่

และ Active Cornering Assist (ระบบช่วยแรงสั่นสะเทือนด้วยอิเล็กทรอนิกส์)
เข้ามาช่วยในการเข้าโค้งเพื่อให้รถมีเสถียรภาพในการขับมากยิ่งขึ้น

ในส่วนของการเชื่อมต่อระบบอินโฟเทเม้นท์ถือเป็นข่าวดีของผู้ใช้ระบบ Android เมื่อทางค่ายเปิดเผยว่า
Android Auto จะกลายเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์ใหม่ Lexus LC 2021 คันนี้

หลังจากที่ก่อนหน้านี้ในรุ่นที่ผ่านมาจะรองรับเพียงแค่ระบบ Apple CarPlay และก็ Amazon Alexa เท่านั้น

ปิดท้ายกันด้วยสีใหม่ที่จะออกมารองรับสำหรับ Lexus LC 2021 นั่นก็คือสีส้ม (Cadmium Orange) กับ
สีเขียว (Nori Green Pearl) ด้านภายในห้องโดยสารจะถูกตกแต่งด้วยสีดำ

ส่วนตัวเลือกพิเศษ สีเบาะหนังจากเดิมสีแดง (Rioja Red) จะถูกแทนที่ด้วย สีแดงที่สดกว่าเดิม (Flare Red)
สำหรับในเรื่องของราคา และก็วันที่จะออกวางจำหน่ายของ Lexus LC 2021 อย่างเป็นทางการนั้น
ทางค่ายยังไม่ได้ ประกาศออกมา อย่างเป็นทางการ