สิงหาคม 11, 2020

Ford Puma 2020 ลุยออสเตรเลีย ราคาราว 6 แสนบาท

 

Ford (ฟอร์ด) บริษัทผลิตรถยนต์ของสหรัฐฯ ได้ประกาศนำเจ้า Ford Puma 2020 รถอเนกประสงค์ไซส์เล็ก ลุยตลาดในประเทศออสเตรเลีย อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วงครึ่งปีหลังนี้

ใช้เครื่องยนต์ 1.0 ลิตร สามสูบเทอร์โบชาร์จ ที่ให้กำลัง 123 แรงม้า และแรงบิด 170 นิวตันเมตร ระบบเกียร์อัตโนมัติ 7 สปีด ขับเคลื่อนล้อหน้า ประหยัดเชื้อเพลิงที่ 100 กิโลเมตร จะใช้น้ำมันเพียงแค่ 6.3 ลิตรเท่านั้น ล้ออัลลอย 18 นิ้ว และระบบไฟที่ปรับเป็น LED

ในส่วนของคุณสมบัติด้านความปลอดภัยต้องบอกว่าเพียบพร้อมทั้งระบบเบรกฉุกเฉินแบบอัตโนมัติ, ระบบตรวจจับคนเดินเท้า, ระบบการเตือนขับออกนอกเลย, ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ และการจดจำเครื่องหมายจราจร

ภายในห้องโดยสาร  จะติดตั้งด้วยจอ Infotainment ขนาด 8.0 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลัง พวงมาลัยที่สามารถสั่งงานด้วยเสียงได้ทั้งระบบ Android Auto และ Apple CarPlay.A และระบบเครื่องเสียง 7

ลำโพง ที่เชื่อมต่อกับ Bluetooth และ DAB (Digital Audio Broadcasting) ส่วนในรุ่นท็อปอย่าง Puma ST-Line V. จะมีแผงหน้าปัดดิจิตอลขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ 10 ลำโพง และระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ

ซึ่งทางฟอร์ด  ยืนยันว่าจะนำ Ford Puma 2020 ทั้ง 3 รุ่นมาเปิดตลาดแดนจิงโจ้แน่นอน ไล่ตั้งแต่ Puma ราคา 29,990 เหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 6 แสนบาท), Puma ST-Line ราคา 32,340 เหรียญ

ออสเตรเลีย (ประมาณ 6.5 แสนบาท) และตัวท็อปอย่าง Puma ST-Line V. ราคา 35,540 เหรียญออสเตรเลีย (ประมาณ 7.2 แสนบาท) ส่วนในบ้านเราคงต้องรอต่อไป

แหล่งที่มา  sanook

BMW Concept i4 พร้อมขายปี 2021

 

BMW Concept i4 ภาพรถไฟฟ้าแห่งอนาคต รถต้นแบบที่ใกล้เคียงรูปแบบความเป็นจริงมากที่สุดของสำหรับ

BMW Concept i4 ที่เปิดตัวผ่านไลฟ์สตรีมมิ่ง พร้อมประกาศขายจริงปี 2021 เริ่มต้นด้วยการออกแบบ แม้ว่าจะเปิดตัวภายใต้รูปแบบคอนเซ็ปต์คาร์แต่ก็ถือว่าใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุดแล้ว โดยไฮไลท์ที่เด่นชัดที่สุดก็คือกระจังหน้าขนาดใหญ่ ถือเป็นเอกลักษณ์ของ BM W อยู่แล้วโดย i4 รุ่นใหม่นี้ มาในตัวถังสไตล์ Grand Coupe 4 ประตู สีตัวถังเฉดทองแดง Frozen Light Copper พร้อม

ตกแต่งด้วยเส้นสายสีฟ้าที่บริเวณกระจังหน้า ด้านข้าง ไฟท้าย LED ทรง L-Shape Diffuser ท้ายขนาดใหญ่ไร้ท่อไอเสีย ปิดท้ายด้วยล้ออัลลอยสุดอลังการ ที่ทาง BM W บอกว่า เป็นล้อที่มีน้ำหนักเบา และช่วยเพิ่มระยะทางในการขับขี่ได้อีกด้วย

ภายในห้องโดยสารมาพร้อมกับ Cockpit สุดหรู ในแบบ minimal คือน้อยแต่มาก จอแสดงผล และมาตรวัดระบบสัมผัสโค้งเข้าหาตัวผู้ขับบนแผงแดชบอร์ดขนาดสีภายในห้องโดยสารออกแบบมาในสีโทนเรียบหรูสะอาดตา ตกแต่งด้วยสีทองแดง Frozen Light Copper พร้อมเสริมความหรูหราด้วยด้วยวัสดุคริสตัลสีฟ้าบริเวณแผงประตู พวงมาลัยแบบสามก้านดีไซน์สปอร์ตล้ำยุค

เครื่องยนต์หายไป BM W Concept i4 เป็นระบบขับเคลื่อน eDrive เจเนอเรชั่นที่ 5 ซึ่งถูกใช้กับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า iNext และ iX3 มาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ให้พละกำลังสูงสุด 530 แรงม้า ชุดแบตเตอรี่ลอเธียมไอออนขนาด 80kWh สามารถขับเคลื่อนได้ไกลถึง 600 กม. ต่อกการชาร์จไฟเต็ม และมอบอัตราเร่งจาก 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 4 วินาที

โดย BM W Concept i4 คันนี้ จะเป็นรถต้นแบบของรถยนต์ไฟฟ้ารุ่นใหม่ BM W i4 ที่จะถูกประกอบขึ้นที่โรงาน BM W ในเมือง Munich ประเทศเยอรมนี ซึ่งพร้อมจะเปิดตัว และออกจำหน่ายทั่วโลกภายในปี 2021

แหล่งที่มา  autospinn

ALL NEW SUZUKI ERTIGA 2020

 

SUZUKI ERTIGA 2020 อัพเกรดความสบาย 659,000 บาท

SUZUKI ERTIGA รถอเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง มีการดีไซน์ ด้วยคอนเซ็ปต์ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต SUZUKI ERTIGA ในปีที่ผ่านมา ซึ่งสามารถทำยอดขายได้ทะลุเป้าหมายที่วางไว้จำนวนกว่า 3,500 คัน ล่าสุดจึงเดินหน้าตอกย้ำความสำเร็จอีกครั้ง ผ่านปรัชญาของแบรนด์ Suzuki…Way of Life! ด้วยการเปิดตัว New Suzuki ERTIGA รถครอบครัวอเนกประสงค์ขนาด 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการปรับปรุงให้รองรับและตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าได้มากยิ่งขึ้น

New Suzuki ERTIGA ภายใต้แนวคิด “จุดประกายอีกขั้นของชีวิต” หรือ “SPARK IT UP” เน้นการออกแบบตัวรถ ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่น

ด้านข้างตัวรถ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ไฟตัดหมอกทรงกลม เสริมความสปอร์ตด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยทูโทนลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว เติมเต็มอารมณ์ความ

สปอร์ตมากยิ่งขึ้น ภายในยังคงเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง มอบความรู้สึกหรูหราและเหนือกว่า ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบายใช้งานได้จริงทุกพื้นที่มอบความคุ้มค่าสูงสุดแก่ผู้ใช้งาน โดยยังมีจุดอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถมากมาย เช่น ช่องเก็บอุปกรณ์และพื้นที่สำหรับวางแก้วน้ำหลายตำแหน่ง พวงมาลัย D-shape ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่ม

พื้นที่วางขามากขึ้น เติมเต็มสู่ความสะดวกสบายมากยิ่งกว่าเดิม ด้วยระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ ดีไซน์เรียบหรู พร้อมระบบไล่ฝ้าบริเวณกระจกบังลมด้านหลัง ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น มาพร้อมด้วยจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ขนาดใหญ่สะใจ 10 นิ้ว สะดวกในการใช้งานและง่ายต่อการควบคุมมากขึ้น พร้อมกับระบบรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับระบบ

Apple Carplay และ Android Auto พร้อมการสั่งงานด้วยเสียงจาก Siri หรือ Google Assistant และยังรองรับการดึงภาพจากโทรศัพท์มือถือขึ้นจอภาพผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สุดทันสมัย พร้อมด้วยกล้องมองภาพขณะถอยหลัง ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry

และ Keyless Push Start สัมผัสกับความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

ยังคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่อันเหนือชั้น ด้วยเครื่องยนต์ K15B ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดถึง 105/6,000 (แรงม้า/รอบต่อนาที) มาพร้อมแพลตฟอร์ม HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ช่วงล่างทำจากเหล็ก High Tensile เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อความแข็งแกร่งและปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทนทานด้วย

โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ พร้อมระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง มั่นใจในความปลอดภัย

ด้วยระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจายแรงเบรกได้อย่างสมดุล ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ด้วยการแนะนำสีใหม่ล่าสุด Burgundy Red พร้อมด้วยสี Radiant Red, Magma Gray, Snow White และ Cool Black โดยมี 2 รุ่น คือ GL (AT) ราคา 659,000 บาท และ GX (AT) ราคา 725,000 บาท (สีขาว เพิ่ม 5,000 บาท) พร้อมกันได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิทั่วประเทศ…