เมษายน 10, 2020

Daihatsu Cast น่ารักสดใสในสไตล์ญี่ปุ่น

 

Daihatsu ไดฮัทสุ รถในกลุ่มของ K-Car มาพร้อมความสดใส น่ารัก และมีเสน่ห์ ได้เอาใจลูกค้าทุกไลฟ์สไตล์ด้วยการผลิตออกมาถึง 3 แบบ
คือรุ่น Cast Activa ที่เป็นรถแนว Crossover ต่อด้วยรุ่น Cast Style ที่เป็นรถประเภท Hatchback
ส่วนสุดท้ายก็คือ รุ่น Cast Spor ที่เป็นรุ่นที่ถูกตกแต่งมาเพื่อมอบความสปอร์ตในทุกมุมมอง นอกเหนือจากนี้ยังมีรุ่นย่อยให้เลือกอีก คือรุ่น G SA II, G Turbo SA II, และ X SA II

Daihatsu Cast ไดฮัทสุ ถูกออกแบบ ในรูปลักษณ์ภานอกให้เน้นไปที่ความน่ารัก มีเสน่ห์ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจาก MINI และ Smart ForFour
โดยจะมีไฟหน้าแบบ LED, ไฟตัดหมอก และไฟหลังรูปทรงกลม ซึ่งลดความแข็งของตัวรถรูปทรงเหลี่ยมได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ยังมีกระจังหน้าขนาดใหญ่  และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ทำให้ดูโดดเด่นขึ้นมาทันตาเห็น

ส่วนภายในห้องโดยสารได้ตกแต่งให้มีโทนสีเดียวกับตัวรถแต่ละสี เสริมความมีเสน่ห์การออกแบบที่แปลกตา และยังติดตั้งหน้าจอระบบสัมผัสที่มีระบบ
infotainment ที่ใช้งานได้อย่างง่ายดายมาให้อีกด้วย

Daihatsu Cast จะมาพร้อมเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 658 ซีซี ที่ได้แบ่งออกเป็น 2 แบบ โดยแบบแรกจะไม่มีการติดตั้งเทอร์โบ ซึ่งจะให้กำลังสูงสุด 52 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/ นาที และแรงบิดสูงสุด 6.11 กก-ม. ที่ 5,200 รอบ/ นาที ส่วนอีกแบบจะเป็นรุ่นที่มีเทอร์โบ ซึ่งจะให้กำลัง 64 แรงม้า ที่ 6,800 รอบ/ นาที และแรงบิดสูงสุด 9.38 กก-ม. ที่ 3,200 รอบ/ นาที

ซึ่งจะทำงานร่วมกันกับเกียร์ CVT และระบบขับเคลื่อนล้อหน้า กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้ถูกออกแบบ และพัฒนาให้มีน้ำหนักตัวที่เบาเพียง 840 กิโลกรัมเท่านั้น รวมถึงยังมีอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันที่น้อยเพียง 30 กิโลเมตร/ ลิตร…

Toyota Passo รถญี่ปุ่นเปิดราคา MODA Charm

พบกับรุ่นพิเศษ MODA Charm ของโตโยต้า Passo ใหม่ เปิดตัวพร้อมจำหน่ายแล้ว ในวันที่ 7 เมษายน 2020 มาพร้อมอุปกรณ์ทันสมัย
มี 10 สีตัวถังให้เลือก รวมถึงสีทูโทนพิเศษ เน้นการตกแต่งภายในด้วยเบาะหนังสังเคราะห์และผ้า กระจกเขียวตัดแสง UV / ฟังก์ชั่นตัด IR ประตูหน้า

กระจกประตูด้านหน้าและด้านหลังลดรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต UV ได้ประมาณ 99%
ราคาจำหน่าย 2WD 1,617,000 ประมาณ 485,000 บาท 4WD 1,793,000 เยน ประมาณ 538,000 บาท

เครื่องยนต์เบนซิน 996 ซีซี ให้กำลังสูงสุด 69 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 92 นิวตัน-เมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที
ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้อัตราสิ้นเปลืองอยู่ที่ 21 กม./ลิตร ตามมาตรฐาน WLTC

ระบบความปลอดภัย

– ระบบป้องกันการชนด้านหน้า พร้อมตรวจจับคนเดินถนน
– ระบบป้องกันการเหยียบคันเร่งโดยไม่ตั้งใจ หน้าและหลัง
– ระบบเตือนเมื่อรถออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ
– ระบบไฟสูงอัตโนมัติ
– ระบบเตือนเมื่อรถคันหน้าเคลื่อนตัวออกไป…

BENTLEY CONTINENTAL GT V8 ตัวแรงที่สุดจากค่าย

Bentley Continental GT เปิดตัวโฉม coupe และ convertible พร้อมเครื่องยนต์ตัวใหม่ V8 ขนาด 4.0 ลิตร เทอร์โบคู่ 8 สูบ
ให้กำลังสูงสุด 542 แรงม้า 404 กิโลวัตต์ แรงบิด 770 นิวตัน-เมตร 568 ปอนด์-ฟุต ในส่วนของด้านสมรรถนะของรุ่น Continental GT V8 นี้

เมื่อเทียบกับรุ่น Continental GTW12 ขนาด 6.0 ลิตร กำลังสูงสุด 626 แรงม้า แรงบิด 900 นิวตัน-เมตร
ถือว่าช้ากว่าพอสมควร แต่เครื่องยนต์ V8 ก็ทำตัวเลขอัตราเร่งออกมาได้น่าสนใจมาก โดย V8 coupe

สามารถทำอัตราเร่งสูงสุดจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายในเวลา 3.9 วินาที ขณะที่ V8 convertible ใช้เวลาราว 4.0 วินาที
สำหรับเร่งความเร็วจาก 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง และทั้งสองรุ่นมีความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 318 กิโลเมตร/ชั่วโมง 198 ไมล์/ชั่วโมง

Continental GTV8 จะใช้ระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ AWD เช่นเดียวกับรุ่น Continental GTW12 ซึ่งจะช่วยให้ล้อหลังพุ่งทะยานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะที่เครื่องยนต์ V8 มีขนาดที่เล็กกว่า W12 มีผลทำให้น้ำหนักรวมตัวถังน้อยกว่า การขับขี่รวดเร็วยิ่งขึ้น
กอรปกับความจุกระบอกสูบที่ลดลงเหลือเพียง 4.0 ลิตร ขนาด 8 สูบ ซึ่งมาพร้อมกับระบบปิดการทำงานของกระบอกสูบ 4 สูบ Cylinder-Deactivation System

เพื่อลดการทำงานในสถานการณ์ที่ไม่จำเป็น ทำให้รุ่นใหม่นี้มีความประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่น W12 ถึงแม้ว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่ซื้อไม่ได้สนใจเรื่องประหยัดน้ำมัน และไม่ต้องกังวลใจว่าจะส่งผลกระทบใดใดเมื่อต้องการเร่งความเร็ว โดยทางค่ายได้แจ้งว่า ทั้ง 8 สูบ สามารถกลับมาทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพภายในเวลาเพียง 0.02 วินาทีเท่านั้น

ด้านรูปทรงตัวถังเหมือนกันกับรุ่น W12 แต่จะมีการติดสัญลักษณ์ V8 บนซุ้มล้อด้านหน้า เพื่อบ่งบอกความแตกต่าง รวมถึงแต่งปลายท่อไอเสียสี่อันด้านหลัง โดยทั้ง coupe และ convertible จะมาพร้อมกับล้อขนาด 20 นิ้ว แบบ 10-spoke ซึ่งสามารถเลือกเป็นล้อขนาด 22 นิ้วได้ นอกจากนี้ยังสามารถเลือกระบุสีที่ต้องการเป็นพิเศษได้อีกด้วย รวมถึงมีสีหลังคาผ้าให้เลือก 7 เฉด สำหรับรุ่น convertible

Hongqi เตรียมลุย ผลิตรถอเนกประสงค์ E115 ขนาดใหญ่

ล่าสุดนี้ในจีนการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ กำลังจะมีแนวโน้มที่ดีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในจีน จำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ๆในแต่ละวันก็แทบจะไม่มีเพิ่มขึ้น
ในหลายพื้นที่ในจีนเองจากก่อนหน้าที่เคยถูก lock down ก็เริ่มกลับมาสู่สภาวะปกติ ทั้งหมดนี้จึงมีรายงานเผยว่าค่ายรถยนต์ Hongqi
เตรียมพร้อมที่จะเริ่มผลิตอเนกประสงค์ Hongqi E115 ในปีนี้

จากข้อมูลดังกล่าว นั้นยังไม่ได้เผยวันที่ในการเปิดตัวออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับ รถอเนกประสงค์ Hongqi E115 ใหม่
แต่จากรายงานของ Auto163 อ้างว่าทาง Hongqi ตั้งเป้าผลิต 51,500 คัน ในช่วง 6 เดือนแรกนับตั้งแต่การเริ่มผลิต
นับเป็นตัวเลขที่ไม่น้อยเลยสำหรับความต้องการในช่วงนี้ที่ตลาดถดถอยลง

ซึ่งสำหรับ Hongqi E115 ใหม่นั้น ได้โชว์ตัวครั้งแรกที่งาน Guangzhou Auto Show ปีที่ผ่านมา ซึ่งยังคงเป็นเพียงต้นแบบ
และในเวอร์ชั่นจำหน่ายนั้นจะเป็นอย่างไรยังคงไม่มีใครได้ให้กันอย่างแพร่หลาย โดยคันต้นแบบที่เผยไปแล้วนั้น
ตัวรถมีความยาวถึง 5,160 มม. กว้าง 1,730 มม. ขับเคลื่อยด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า สามารถเร่ง 0-100 กม./ชม. ใน 4 วินาทีเท่านั้น
พร้อมแบตเตอรี่ขนาด 92.4kWh แบบ lithium รองรับให้รถวิ่งได้ไกลมากกว่า 600 กิโลเมตร 

อัพเกรดความสบาย SUZUKI ERTIGA มาพร้อม 7 ที่นั่ง

ใหม่เปิดตัวไปได้ไม่นานแต่ด้วยสถานะการที่ไม่ค่อยปกติ ทำให้มองตลาดรถยนต์เงียบๆ ซูซูกิเออติก้า จัดอยู่ในรถขนาดกลาง 7 ที่นั่ง
กับยอดจำหน่ายที่มาแบบเรียบแต่ว่ามาเรื่อย และในตัวใหม่ กับการเพิ่มออฟชั่นและสีใหม่ ราคาเริ่มต้น659,000 บาท

การเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะมีอะไรเพิ่มกันบ้างทางทีมงาน autospinn ก็ได้หยิบยืมรถทดสอบมาเพื่อดูว่า ซูซูกิเออติก้า ใหม่นั้นมีอะไรใหม่บ้าง เออติก้า
จัดเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ 7 ที่นั่ง ที่เรียกได้ว่าแถวที่ 3 นั่งได้จริงตอบโจทย์กับครอบครัวที่ต้องการรถยนต์ใช้งานและเดินทางในวันหยุด

จึงทำให้ เออติก้า ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าในในกลุ่มที่ต้องการรถยนต์ใช้งานจริงๆและในปีที่ผ่านมา เออติก้าก็สามารถทำยอดขายได้ว่า 3,500 คัน
New Suzuki ERTIGA ดีไซน์ภายใต้แนวคิด “จุดประกายอีกขั้นของชีวิต” หรือ “SPARK IT UP” ยังคงเน้นย้ำการออกแบบตัวรถยนต์

ตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถยนต์ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ
ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ ไฟตัดหมอกทรงกลม เสริมความสปอร์ตด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยทูโทนลายใหม่ขนาด 15 นิ้ว เติมเต็มอารมณ์ความสปอร์ตมากขึ้นเรื่อยๆ

ภายในยังคงเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง ด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบาย โดยยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ในรถมากมาย
เช่น ช่องเก็บอุปกรณ์และพื้นที่สำหรับวางแก้วน้ำหลายตำแหน่ง พวงมาลัย D-shape แบบท้ายตัด เพื่อเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ
ดีไซน์เรียบหรู พร้อมระบบไล่ฝ้าบริเวณกระจกบังลมด้านหลัง ที่ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการขับขี่ เพื่อความปลอดภัยมากขึ้น มาพร้อมด้วยจอระบบสัมผัสแบบใหม่ ขนาดใหญ่สะใจ 10 นิ้ว

สะดวกในการใช้งานและง่ายต่อการควบคุมมากขึ้น พร้อมกับระบบรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth รองรับระบบ Apple Carplay และ Android Auto
พร้อมการสั่งงานด้วยเสียงจาก Siri หรือ Google Assistant และยังรองรับการดึงภาพจากโทรศัพท์มือถือขึ้นจอภาพผ่านช่องเชื่อมต่อ HDMI สุดทันสมัย
พร้อมด้วยกล้องมองภาพขณะถอยหลัง ทั้งยังอัดแน่นไปด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12V ถึง 2 ตำแหน่ง
สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start สัมผัสกับความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง
พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

เครื่องยนต์เบนซิน รหัส K15B 4 สูบ 16 วาล์ว Multi-point ขนาด 1.5 ลิตร 1,462 ซีซี. กำลังสูงสุด 105 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 138 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที
จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ ขับเคลื่อนล้อหน้า ถังน้ำมัน 45 ลิตร

สำหรับการใช้งาน ในด้านกำลังของเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร เพียงพอไหมสำหรับขนาดตัวรถ บอกได้เลยว่าเพียงพอสำหรับการใช้งานทั้งในเมืองหรือ การเดินทางไกล คุณจะคนของหรือคน เออติก้าก็สามารถพาคุณเดินทางไปได้ทุกที่อย่างสะดวกสบาย ด้วยรถที่เป็นแนวรถอเนกประสงค์ การใช้งานจึงไม่เน้นความเร็วมากนัก อัตราการกินน้ำมัน ในเมืองอยู่ที่ 10-11 km/L ในส่วนทางไกลคาดว่าจะทำได้ดีกว่านี้

มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ด้วยการแนะนำสีใหม่ล่าสุด Burgundy Red พร้อมด้วยสี Radiant Red, Magma Gray, Snow White และ Cool Black

โดยมี 2 รุ่น

GL (AT) ราคา 659,000 บาท

-GX (AT) ราคา 725,000 บาท (สีขาว เพิ่ม 5,000 บาท)

เปิดรับออเดอร์แล้ว ! All-New Daihatsu Taft

เปิดออเดอร์สั่งซื้อ All-New Daihatsu Taft รถเคคาร์สไตล์ครอสโอเวอร์รูปแบบใหม่
หลังจากเปิดตัวในฐานะรถยนต์คอนเซ็ปต์อย่างเป็นทางการใรงาน Tokyo Auto Salon 2020
ก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา เตรียมนับถอยหลังสู่การส่งมอบแก่แฟนคลับในวันที่ 21 เดือนมิถุนายนนี้เป็นต้นไป

โดยชื่อรถ Daihatsu Taft นั้นย่อมาจาก Tough & Almighty Fun Tool ที่จะมอบทั้งยังความสนุก และก็ความแข็งแกร่งคงทน
ที่ผสมทั้งยังความบึกบึนสไตล์ SUV กับขนาดตัวที่กระทัดรัดสไตล์เคคาร์ พร้อมภายในที่กว้างใหญ่ ล้ำสมัย โดนใจคนสมัยใหม่

สำหรับข้อมูลสำคัญที่เผยไปก่อนหน้า เริ่มจากมิติตัวถัง ประกอบไปด้วยความยาว 3,395 มม. กว้าง 1,475 มม. สูง 1,630 มม.
ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ความจุ 0.66 ซีซี.
พ่วงเทอร์โบ จับคู่เกียร์ CVT และขับเคลื่อนล้อหน้า

ทางไดฮัทสุได้นำเสนอสิทธิพิเศษสำหรับผู้สนใจสั่งซื้อ  ติดต่อทางเว็บไซต์ daihatsu.co.jp จะได้รับแพ็คเกจของขวัญ
อาทิ สมุดภาพ, ลำโพงบลูทูธ, กาต้มน้ำไฟฟ้า, เครีื่องชงกาแฟแบบพกพา-กระบอกน้ำเก็บความร้อน ซึ่งแคมเปญสั่งซื้อล่วงหน้านี้
พร้อมรับของขวัญพิเศษจะมีจนถึง 31 พฤษภาคมนี้เท่านั้น และจะเริ่มส่งมอบล็อตแรกในวันที่ 21 มิถุนายนเป็นต้นไป นั่นหมายความว่าจะมีการเปิดตัวอย่างเต็มรูปแบบในเร็ว ๆ นี้

เฉียบคม เปิดตัว BMW X6 xDrive30d M Sport มาพร้อมราคา 7.299

ก้าวไปสู่เจเนอเรชั่นที่ 3 สำหรับ BMW X6 รถยนต์คลาส SAC Sports Activity Coupe มีเอกลัษณ์อันโดดเด่นชัดเจน จาก BMW บริษัทผลิตยานยนต์ ของประเทศเยอรมนี
ที่มาพร้อมกับดีไซน์อันเฉียบคมดุดันและภาพลักษณ์ที่สะท้อนถึงความมั่นใจ ทรงอำนาจ และความบึกบึนกำยำในชื่อ BMW X6 xDrive30d M Sport ที่ผลิตโดย บริษัทผลิตยานยนต์ จากประเทศเยอรมนี

สำหรับรถใหม่ BMW X6 xDrive30d M Sport คันนี้ ได้ออกแบบมาให้กว้างขวางขึ้นกว่าเดิม ด้วยความยาวที่ 4,935 มิลลิเมตร และความกว้างที่ 2,004 มิลลิเมตร แต่ความสูงลดลงมาที่ 1,696 มิลลิเมตร ขณะที่ระยะฐานล้อยาวขึ้นที่ 2,975 มิลลิเมตร

กระจังหน้าขนาดใหญ่แบบกรอบเดี่ยวทำมุมกับไฟหน้าที่มาในระบบ Iconic Glow ส่องสว่างเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ ด้านข้างตัวรถยังคงเส้นสายลากผ่านตัวถังที่บ่งบอกความเป็น BMW
ได้เหมือนเช่นเคย และหลังคาที่ทำองศาโค้งอย่างปราดเปรียว ส่วนท้ายรถดูดุดันมากขึ้นกับไฟท้าย LED รูปตัว L ขนาดใหญ่ ล้ออัลลอย M ลาย Double Spoke ขนาด 22 นิ้ว

BMW X6 xDrive30d M Sport มาพร้อมระบบเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ให้กำลังสูงสุด 265 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 620 นิวตันเมตร ที่ 2,000-2,500 รอบต่อนาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ภายใน 6.5 วินาที ทำความเร็วสูงสุดได้ 230 กิโลเมตร/ชั่วโมง

ในส่วนของภายในห้องผู้โดยสารของ BMW X6 xDrive30d M Sport มีการจัดวางแผงควบคุมแบบใหม่ที่ตอบรับกับปรัชญาอันโดดเด่นของ BMW ซึ่งคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ
นอกจากนี้การออกแบบเบาะที่นั่งให้สูงขึ้นยังช่วยให้ผู้ขับสามารถตรวจสอบทุกการขับขี่ได้อย่างครอบคลุมที่สุดด้วย ด้านแพ็คเกจชุดแต่ง M Sport
เสริมมาดความปราดเปรียวของบีเอ็มดับเบิลยู X6 ใหม่ ด้วยพวงมาลัย M Sport คันเร่ง M-specific ภายในตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ เพดานหลังคาภายในสี Anthracite

นอกจากนี้ยังตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ด้วยการที่สามารถพับเบาะแบบ 40:20:40 เพื่อเพิ่มความจุของพื้นที่จากเดิม 580 ลิตร เป็น 1,530 ลิตร สำหรับอุปกรณ์เสริมอื่นๆ ได้แก่ ฟังก์ชั่นสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ BMW Gesture Control ระบบชาร์จแบบไร้สาย หลังคากระจกแบบ Panorama และระบบเครื่องเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon

ด้านเทคโนโลยีความปลอดภัย BMW X6 xDrive30d M Sport มาพร้อมระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติพร้อมฟังก์ชั่น Stop & Go ด้านระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant Professional มากับระบบพวงมาลัยอัตโนมัติ และระบบบังคับรถให้วิ่งอยู่ในช่องทางจราจร

ระบบผู้ช่วยส่วนตัวในรถยนต์ BMW Intelligent Personal Assistant พร้อมมอบทุกความช่วยเหลือให้กับผู้ขับขี่ ส่วนระบบ BMW Live Cockpit Professional ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X6 ใหม่ ผสมผสานหน้าจอแสดงผลรุ่นใหม่ บนแผงหน้าปัดและจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว

สำหรับ BMW X6 xDrive30d M Sport ใหม่ เปิดตัวที่ราคา 7,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา BSI Standard)…

อินโดฯพร้อมเปิดตัว Toyota Agya 2020 ราคาเริ่มที่ 2.93 แสนเท่านั้น

 

 Toyota โตโยต้า 

ยังคงบุกตลาดอย่างต่อเนื่องสำหรับ Toyota Agya รถยนต์ราคาย่อมเยาจาก Toyota โตโยต้า แบรนด์ดังจากประเทศญี่ปุ่น 

ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ณ ประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งพอก้าวเข้าสู่ปี 2020 ก็จัดการแปลงโฉมภายนอก

 รวมทั้งอุปกรณ์ภายในใหม่เสียหน่อย

ภายนอกของ Toyota Agya 2020 การปรับโฉมที่เห็นได้ชัดเจนคือกันชนหน้าที่ดีไซน์มาใหม่ กระจังหน้ารูปทรงหกเหลี่ยมยังคงอยู่

ส่วนไฟตัดหมอกถูกย้ายตำแหน่งมาอยู่ด้านข้างแทน ไฟท้ายด้านหลังมีการออกแบบใหม่ สำหรับในรุ่น 1.2 G TRD 

จะมาพร้อมชุดแต่งด้านหน้าด้วยเส้นสีแดง และโลโก้ TRD รวมทั้งกระจกมองข้างแบบพับเก็บได้ 

และล้ออัลลอยแบบกลึงขนาด 14 นิ้ว ลายใบพัด

Toyota Agya 2020 เปิดตัวมาทั้งหมด รุ่น ในระบบ 1.0 G, 1.2 G และ 1.2 G TRD 

โดยในรุ่นเล็ก 1.0 G ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.0 ลิตร VVT-i สามสูบ ให้กำลังสูงสุด 67 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที 

แรงบิดสูงสุด 89 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบต่อนาที มาทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ สปีด และก็ เกียร์ธรรมดา สปีด

ส่วนในรุ่น 1.2 G และ 1.2 G TRD ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร VVT-i สี่สูบ ให้กำลังสูงสุด 88 แรงม้า

ที่ 6,000 รอบต่อนาที
แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,200 รอบต่อนาที มาทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 5 สปีด เช่นกัน

ภายในห้องโดยสารมีการปรับเปลี่ยนในส่วนของจอแสดงผล และแผงควบคุมที่ดีไซน์โฉมใหม่,

หน้าจอระบบสัมผัส, ปุ่มเริ่ม/หยุดเครื่องยนต์แบบใหม่ พร้อมระบบเบรก ABS และ EBD สำหรับในรุ่น 1.2 G

และ 1.2 G TRD ระบบปรับอากาศจะแตกต่างจากรุ่น 1.0 G

สำหรับ Toyota Agya 2020 ในรุ่น 1.0 G ระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปีด

เปิดตัวที่ราคา 143.8 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 293,000 บาท) และรุ่นท็อปอย่าง 1.2 G TRD ระบบเกียร์อัตโนมัติ 4 สปีด

เคาะราคาขายที่ 169.29 ล้านรูเปียห์ (ประมาณ 350,000 บาท) มีทั้งหมด 7 สี ให้เหล่านักขับได้เลือกกันตามสะดวก…

Bentley Bacalar Coupe สวยเฉียบ! สุดหรู

Bentley Bacalar Coupe ที่ทุกคนเห็นอยู่นี้เป็นเพียงภาพเรนเดอร์ที่แสดงให้เห็นถึงรถคูเป้สปอร์ตสุดหรู ผ่านจินตนาการของ Aksyonov Nikita ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิด EXP 100 GT จนได้ผลลัพธ์ออกมาเป็นรถคูเป้ที่สปอร์ตและงดงามที่สุด

Bentley Bacalar Coupe คือรถเปิดประทุนที่สง่างามสมฐานะ ซึ่งจะเข้ามาเป็นอีกหนึ่งในสมาชิกของ Bentley มาพร้อมกับช่องระบายอากาศแนวตั้ง รูปสามเหลี่ยมที่กันชนหน้า ไปจนถึงเอกลักษณ์ของค่ายคือไฟหน้าทรงกลม ไฟท้ายรูปเพชรเหมือน Bacalar รุ่นปกติ

เครื่องยนต์ของ Bentley Bacalar Coupe มีขนาด 6.0 ลิตร W12 กำลัง 650 แรงม้า (484 กิโลวัตต์) และ 667 ปอนด์ฟุต (900 นิวตันเมตร)

จับคู่กับเกียร์ 8 สปีด ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำหนักลดลงกว่าเดิม เนื่องด้วยรถคันนี้มีหลังคาเปิดประทุนที่เบากว่า แถมยังมาพร้อมกับระบบอากาศพลศาสตร์ที่สามารถทำความเร็วได้เกินกว่า 200 ไมล์ต่อชั่วโมง

แหล่งที่มา  sanook

volvo New XC60 T8 AWD Polestar Engineered

Volvo XC60 T8 AWD Polestar Engineered เปิดราคาอย่างเป็นทางการ 4,390,000 บาท (นำเข้า CBU)

XC60 T8 AWD Polestar Engineered 4,390,000 บาท
มาพร้อมบริการหลังการขาย 5-Year Volvo Premium Service Package (VPSP)

สิ่งที่ XC60 T8 AWD Polestar Engineered แตกต่างจาก XC60 T8 AWD รุ่นปกติ

เครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.0 ลิตร 1,969 ซีซี. 4 สูบ รหัส B4204T49 กระบอกสูบ x ระยะช่วงชัก : 82.0 x 93.2 มิลลิเมตร

เมื่อเครื่องยนต์ทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้า รวมพละกำลังสูงสุด 422 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 670 นิวตันเมตร จับคู่กับ เกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ Geartronic พร้อมระบบ Plug-in Hybrid แบตเตอรี่ Lithium-ion 11.6 kWh แรงดันไฟฟ้า 270-400 V ขับเคลื่อนล้อหน้า – ล้อหลังขับเคลื่อนด้วย Electric Rear Axel Drive รองรับน้ำมันสูงสุด E10

ความปลอดภัยเชิงป้องกัน

  • ระบบป้องกันการชน City Safety พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับรถยนต์ คนเดินถนน ผู้ขับขี่จักรยาน และ สัตว์ขนาดใหญ่ พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถ และ หักหลบอัตโนมัติ
  • ระบบป้องกันการชน และ บรรเทาการบาดเจ็บ พร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ – ด้านหน้า ด้านหลัง และ บริเวณทางแยก
    สัญญาณไฟแจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะ อยู่ในมุมอับสายตา พร้อมฟังก์ชั่นหักหลบอัตโนมัติ
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้าง ขณะถอยหลังออกจากที่จอด
  • ระบบแจ้งเตือนเพื่อให้เว้นระยะห่างจากรถคันหน้า
  • ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อแสดงอาการเหนื่อยล้า
  • ระบบแจ้งเตือนผู้ขับขี่เมื่อขับรถออกนอกช่องทางเดินรถ
  • ระบบแจ้งเตือนด้วยแรงสั่นที่พวงมาลัย เมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางเดินรถ
  • ระบบควบคุมการทรงตัว และ ยึดเกาะถนนแบบ Electronic พร้อมระบบควบคุมการโคลง
  • ระบบควบคุมการทรงตัว และ ยึดเกาะถนน ขณะเข้าโค้ง
  • ระบบเบรก ABS / EBD / BA
  • ระบบควบคุม และ ป้องกันการโคลงของรถ
  • ระบบเปิด-ปิด ไฟสูง พร้อมปรับมุมมองส่องสว่างอัตโนมัติ
  • ระบบเปิด-ปิด ไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่ เข้า-ออก จากที่มืด
  • ไฟหน้าแบบ LED ปรับระดับสูง-ต่ำ โดยอัตโนมัติ
  • ไฟหน้าแบบ LED หักเหตามพวงมาลัย และ ปรับระดับสูง-ต่ำ โดยอัตโนมัติ
  • ไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวันแบบ LED ติดตั้งในชุดไฟหน้า
  • ระบบเตือนแรงดันลมยาง
  • ระบบกันขโมย พร้อมเซนเซอร์ตรวจจับความเคลื่อนไหว และ ระนาบของรถ

ความปลอดภัยเชิงปกป้อง

  • ระบบป้องกันเมื่อเกิดการวิ่งตกถนน
  • ระบบป้องกันเมื่อเกิดการพลิกคว่ำ
  • ถุงลมนิรภัยสำหรับผู้ขับขี่ และ ผู้โดยสารตอนหน้า
  • ถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับที่นั่งคู่หน้า
  • ม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง
  • ระบบป้องกันการบาดเจ็บของกระดูกต้นคอ และ หลัง ที่เกิดจากการสะบัดของศีรษะ
  • ระบบกระจายแรงกระแทกจากการชนด้านข้าง
  • เข็มขัดนิรภัยแบบ 3 จุด พร้อมระบบดึงกลับอัตโนมัติ ติดตั้งในทุกที่นั่ง

ความปลอดภัยสำหรับเด็ก

  • อุปกรณ์ยึดเบาะโดยสารสำหรับเด็กแบบ ISOFIX กับเบาะโดยสารด้านหลัง
  • ล็อคป้องกันเด็กเปิดประตูหลัง ควบคุมด้วยไฟฟ้า

ระบบช่วยในการขับขี่

  • ระบบสตาร์ท และ ดับเครื่องยนต์อัตโนมัติขณะรถติด
  • ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร
  • ระบบช่วยในการขึ้นที่ลาดชัน
  • ระบบช่วยในการลงที่ลาดชัน
  • ระบบช่วยในการจอด แบบถอยหลังเข้าซอง และ ขนานขอบทาง
  • กล้องช่วยในการจอดรถ พร้อมจอแสดงผลด้วยภาพ 360 องศา
  • เซนเซอร์ช่วยในการจอด ด้านหน้า และ ด้านหลัง
  • ระบบปรับน้ำฝนแบบอัตโนมัติ Rain Sensor ปรับความเร็วอัตโนมัติ

ความสะดวกสบาย

  • ฟังก์ชั่นปลดล็อค และ ขับขี่โดยไม่ต้องใช้กุญแจ
  • ระบบไฟส่องสว่างนำทางเข้า และ ออกจากรถ
  • ระบบควบคุมสภาวะอากาศอัตโนมัติ แยกอิสระ 2 โซน
  • ระบบควบคุมคุณภาพอากาศภายในรถ Clean Zone
  • เบาะโดยสารปรับด้วยไฟฟ้า พร้อมบันทึกความจำที่ตำแหน่งคนขับ
  • ส่วนรองรับบริเวณเอในพนักพิงหลังเบาะคู่หน้า ปรับด้วยไฟฟ้า 4 ทิศทาง
  • พนักพิงเบาะนั่งด้านหลัง แยกพับได้ แบบ 60 : 40
  • พนักพิงศีรษะของเบาะโดยสารด้านหลัง พับได้ด้วยไฟฟ้า
  • หลังคากระจก Panoramic เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
  • ฝาท้าย เปิด-ปิดด้วยไฟฟ้า
  • ฝาท้าย เปิด-ปิดโดยไม่ต้องใช้มือ
  • ราวหลังคาแบบแนบกับหลังคารถ

Entertainment ระบบความบันเทิง

  • เครื่องเสียง Premium Sound by Bowers & Wilkins Amplifier 1,100 watt
  • ลำโพง B&W 15 ตัว พร้อม Subwoofer
  • ระบบเสียงรอบทิศทางแบบ Quantum Logic
  • Dirac Dimensions เทคโนโลยีสร้างมิติเสียงสมจริง 3 Modes : Concert / Studio / Stage
  • Dirac Live Sound เทคโนโลยีเสริมสร้างเสียงจากการแสดงดนตรีสด
  • แผงครอบลำโพงทวิตเตอร์แบบ Stainless Steel

สีตัวถังภายนอก มีให้เลือก 3 สี

  • สีขาว Crystal White Premium Metallic
  • สีเทา Osmium Grey Metallic
  • สีดำ Onyx Black Metallic

แหล่งที่มา  autospinn