ตุลาคม 21, 2020

เผยภาพออกแบบรถระบบไฟฟ้าจาก Tesla Muscle Car

 

ชุดภาพการ ออกแบบรถยนต์ Tesla  Muscle Car กับออกแบบที่มีการผสมกันระหว่างความเป็น Roadster
และก็เสริมมิติตัวถังให้ดูบึกบึน

 

เป็นการ ออกแบบรถยนต์ ที่ดูแปลกแหวกแนวจากความเป็น Tesla

นับว่าเป็นแบรนด์ที่มีข่าวสารให้อุตสาหกรรมยานยนต์ ได้เล่นกันตลอดเวลาจริงๆกับแบรนด์นี้
ล่าสุดมีนักออกแบบเผยออกมาว่า หากมีการผลิต Tesla Muscle Car ขึ้นมาจริงๆจะมีรูปลักษณ์แบบไหน

ผลที่ได้คือชุดภาพแบบที่มองเห็น ทีมดีไซน์เปิดเผยว่า การออกแบบเซ็ตนี้ได้เลือกใช้คุณลักษณะเด่นของรถยนต์
จากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น Dodge Viper หรือจะเป็น Chevrolet Corvette

ผสมผสานกลิ่นความเป็นรถยนต์จาก Tesla เข้าไป แม้ว่ามันจะไม่ใช่แนวทางของแบรนด์นี้หรอก
ที่จะมาดีไซน์รถยนต์สไตล์ Muscle Caเหลี่ยมแบบนี้ แต่ก็นับว่าถ้าทำออกมาคงจะดูดี และน่าใช้งานไม่น้อย

มาในรูปแบบออพชั่นแน่นๆ กับ Toyota Crown 2020 รุ่นพิเศษ

Toyota Motor Co., Ltd. ได้ร่วมเฉลิมฉลองครบรอบ 65 ปี ของรถยนต์ซีดานเรือธงสุดหรูอย่าง Toyota Crown ( โตโยต้า คราวน์ )
ด้วยการเปิดตัวรุ่นพิเศษ 3 สไตล์ที่โดดเด่นด้วยกัน

ได้แก่ Crown Limited, Crown Elegance Style II และ Crown Sport Style ได้ยกระดับสไตล์เด่นออกมา ออพชั่นถือว่าจัดเต็มมากยิ่งขึ้น

เริ่มจาก Toyota Crown Limited เป็นรุ่นที่พัฒนาต่อยอดจากเกรด RS มอบความโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว
สีดำเงา และเบาะนั่งที่หุ้มผ้าและหนังสังเคราะห์

พร้อมฟังก์ชั่นปรับไฟฟ้าที่คู่หน้า รวมทั้งยังได้รับระบบตรวจจับจุดบอดด้านหลัง เซ็นเซอร์ตรวจจับวัตถุหลังพร้อมระบบเบรกอัตโนมัติ

Toyota Crown Elegance Style II จะได้รับล้ออัลลอยลดเสียงรบกวน มาพร้อมชุบโครเมียม ขนาด 18 นิ้ว และภายในที่มีให้เลือกทั้งสีดำ
สีเทาอ่อน และสีทอง เบาะนั่งหุ้มหนังกลับผสมหนังสังเคราะห์ แผงคอนโซลกลางตกแต่งด้วยไม้สีดำ เป็นต้น

และ Toyota Crown Sport Style ที่ได้กลับมาให้แฟน ๆ ของโตโยต้า ได้ครอบครองกันอีกครั้ง โดยในโฉมนี้จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยสีดำ
ขนาด 18 นิ้ว พร้อมฟังก์ชั่นลดเสียงรบกวน ไฟหน้า-ไฟท้าย LED รมดำ ชิ้นส่วนนั้นตกแต่งสีดำที่กระจังหน้า
กรอบโคมไฟตัดหมอก และป้ายทะเบียน

ส่วนภายในจะเป็นห้องโดยสารสีดำตัดกับสีแดง พร้อมเบาะนั่งที่มีให้เลือก 2 แบบ ได้แก่ หนังแท้ กับเบาะผ้า-หนังสังเคราะห์
ส่วนแผงประตูจะตกแต่งด้วยหนังสังเคราะห์

ทุกรุ่นพิเศษของ Toyota Crown  ( โตโยต้า คราวน์ ) จะได้รับระบบนำทาง T-Connect SD พร้อมระบบการเชื่อมต่อของ
SmartDeviceLink, Apple CarPlay และ Android Auto

ส่วนขุมพลังในทุกรุ่นจะมีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ 2.0 ลิตร 245 แรงม้า แรงบิด 350 นิวตันเมตร จับคู่เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด
และขุมพลังไฮบริด 2.5 ลิตร สมรรถนะรวม 226 แรงม้า มีให้เลือกทั้งแบบขับเคลื่อนล้อหลัง และ AWD

สำหรับราคาจำหน่ายของ 2020 Totota Crown รุ่นพิเศษ เริ่มจาก Crown Sport Style และ Elegance Style II เริ่มต้น 5,063,000 เยน
หรือราว ๆ ส่วน Crown Limited เริ่มต้น 5,169,000 เยน หรือราว ๆ ส่วน…

รถไฟฟ้า Subaru Evoltis รอการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ปลายปี 2021

ถือเป็นเรื่องราวจากค่ายดาวลูกไก่ Subaru  ซูบารุ ที่ได้รับการจับตามองอย่างมาก
สำหรับรถยนต์ใหม่ Subaru Evoltis รถอเนกประสงค์ไฟฟ้า

ที่จัดเตรียมจะเปิดตัวในอีกไม่ช้า ทั้งยังเป็นการร่วมมือกับ Toyota (โตโยต้า)
ในการพัฒนาเจ้ารถยนต์รุ่นนี้นั่นเอง

มีการเผยถึงขุมพลังของ ซูบารุ Subaru Evoltis ว่า กำลังสูงสุดที่รถยนต์ใหม่คันนี้
จะมอบให้อยู่ที่ตัวเลข 290 แรงม้า มาพร้อมระบบขับเคลื่อน ล้อ

รวมทั้งแบตเตอรี่ที่อาจใช้จาก BYD ที่ Toyota พึ่งลงนามก่อตั้ง บริษัทแบตเตอรี่
สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าด้วยกัน

โดยถ้าชาร์จหนึ่งครั้งจะวิ่งได้ไกลสุดถึง 500 กม. ในขณะที่ออกแบบก็ยังคงกระจังหน้า เหลี่ยม
อันเป็นเอกลักษณ์ไว้ ที่เหลือจะปรับออกแบบให้ปราดเปรียวมากยิ่งขึ้น

นอกเหนือจากนั้นยังมีการคาดเดาว่า จะมีการนำระบบ AI มาช่วยสำหรับการขับรถ Subaru Evoltis คันนี้
ซึ่งระบบดังกล่าวจะช่วยทั้งเรื่องการเปลี่ยนเลน,

ระบบปล่อยมือขับอัตโนมัติในช่วงการจราจรติดขัดการควบคุมพวงมาลัย,
การลดความเร็วอัตโนมัติเมื่อเจอทางโค้ง เป็นต้น

ที่ผ่านมาค่าย Subaru ได้ยื่นจดชื่อทะเบียนการค้าคำว่า Evoltis ไปเมื่อปี 2018
ส่วนกำหนดการจำหน่ายจริงของ Subaru Evoltis น่าจะอยู่ประมาณสิ้นปี 2021

รถแห่งโลกอนาคต Mazda Vision-Cosmo ที่ได้แค่จินตนาการ

รถมาสด้า Mazda Vision-Cosmo จากนักออกแบบ Yi Dong และคิดว่ามันคงไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้จริงๆ
แต่จินตนาการของนักออกแบบดังกล่าว มันออกมาดูดีไม่น้อยเลยทีเดียวว สำหรับในยุคนี้

แนวคิดการออกแบบ ดีไซน์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก รถมาสด้า Mazda Cosmo ปี 1967 – 1972 แบบจำลองของ Yi Dong
จำลองรุ่นปี 1972 สุดท้าย เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมกันสูงมาก ในยุคสมัยนั้น

และการตีความหมายของศิลปิน ในการดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ Yi Dong
สามารถแสดงให้เห็นว่า มันสามารถออกแบบได้จริงๆ

โดยการผสมผสานแนวคิดและปรัชญาในการออกแบบ kodo design ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบของมาสด้า
ยุคใหม่ๆ ในปัจจุบัน

Mazda Vision-Cosmo เน้นการดีไซน์ในรูปแบบที่ดูล้ำสมัย ไร้รอยต่อ พร้อมไฟหน้าแบบ LED เรียวยาวเชื่อมกันอย่างลงตัว
ไฟท้ายแบบเจ็ท afterburner-esque พร้อมแสงไฟแบบ LED ไฟเบรคดวงที่สามแนวตั้งด้านหลัง ล้อขนาดใหญ่

การออกแบบ Mazda Vision-Cosmo ค่อนข้างจะเป็นแนวคิดสุดล้ำเกินจริงไปมาก ราวกับรถในโลกอนาคต
แต่ถึงยังไงแล้ว จินตนาการของคนก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ดีไซน์ต่างๆ อาจรวมเป็นแนวคิดที่น่าสนใจให้มาสด้าตัดสินใจ เราขอชื่นชมอีกแรงของนักออกแบบ
ที่รังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมดังกล่าว…

รถแห่งโลกอนาคต Mazda Vision-Cosmo ที่ได้แค่จินตนาการ

มาสด้า Mazda Vision-Cosmo จากนักออกแบบ Yi Dong และคิดว่ามันคงไม่สามารถผลิตขึ้นมาได้จริงๆ
แต่จินตนาการของนักออกแบบดังกล่าว มันออกมาดูดีไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับในยุคนี้

แนวคิดการออกแบบ ดีไซน์นี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก มาสด้า Mazda Cosmo ปี 1967 – 1972
แบบจำลองของ Yi Dong จำลองรุ่นปี 1972 สุดท้าย เป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมกันสูงมาก ในยุคสมัยนั้น

และการตีความหมายของศิลปิน ในการดัดแปลงให้เข้ากับยุคสมัย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่ Yi Dong
สามารถแสดงให้เห็นว่า มันสามารถออกแบบได้จริงๆ

โดยการผสมผสานแนวคิดและปรัชญาในการออกแบบ kodo design ซึ่งเป็นแนวคิดการออกแบบของมาสด้า
ยุคใหม่ๆ ในปัจจุบัน

Mazda Vision-Cosmo เน้นการดีไซน์ในรูปแบบที่ดูล้ำสมัย ไร้รอยต่อ พร้อมไฟหน้าแบบ LED เรียวยาวเชื่อมกันอย่างลงตัว
ไฟท้ายแบบเจ็ท afterburner-esque พร้อมแสงไฟแบบ LED ไฟเบรคดวงที่สามแนวตั้งด้านหลัง ล้อขนาดใหญ่

การออกแบบ Mazda Vision-Cosmo ค่อนข้างจะเป็นแนวคิดสุดล้ำเกินจริงไปมาก ราวกับ รถในโลกอนาคต
แต่ถึงยังไงแล้ว จินตนาการของคนก็ไม่มีที่สิ้นสุด

ดีไซน์ต่างๆ อาจรวมเป็นแนวคิดที่น่าสนใจให้มาสด้าตัดสินใจ เราขอชื่นชมอีกแรงของนักออกแบบ
ที่รังสรรค์ผลงานที่ยอดเยี่ยมดังกล่าว…

สวิตได้รับลิขสิทธิ จะเริ่มผลิต ASTON MARTIN VANTAGE V12 ZAGATO HERITAGE TWINS ปีนี้

R Reforged ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ AF Racing Group ใน ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
ที่ได้รับลิขสิทธิจาก Aston Martin  ให้ ผลิตรถยนต์หรู Aston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS

จะเริ่มการผลิตรถยนต์ในปีนี้ที่โรงงานแห่งใหม่ในสหราชอาณาจักร

รวมทั้ง Speedster แบบ 19 คันรวมแล้วเป็นจำนวน 38 คันในโอกาสฉลองครบ 100 ปีของ Zagato Atelier และเป็นเวลา 60 ปี
ที่สำนักงานดีไซน์รถยนต์อิตาเลียนแห่งนี้มีความร่วมมือกับผู้ ผลิตรถยนต์หรู

จา กสหราชอาณาจักร เมื่อปีที่แล้ว โดยรถยนต์ซึ่งจะถูกขาเป็นคู่สำหรับลูกค้า 19 คน จะถูกผลิต
โดยใช้ Aston Martin Vantaage V12 Zagato ปี 2011 เป็นพื้นฐานสำหรับในการผลิต

มาพร้อมกับการ
ออกแบบ  ที่โดดเด่นสะดุดตา 

และป้ายทอง สำหรับฉลองครบ 100 ปี นอกจากนี้รถคูเป้และเปิดประทุนทั้ง 38 คันจะมากับเครื่องยนต์ V12 Vantage
หายใจเอง 5.9 ลิตรที่ถูกปรับใหม่จนมีกำลัง 600 แรงม้า ซึ่งมากยิ่งกว่าเครื่องยนต์ดั้งเดิม 85 แรงม้า

มีตัวถังทั้งหมดเป็นคาร์บอนไฟเบอร์  พร้อมกับระบบแอโรไดนามิกแบบแอที

โดยมีปีกหลังที่ช่วยเพิ่มความมั่นคงให้กับรถยนต์ที่ความเร็วสูง ยิ่งไปกว่านี้ยังมีล้ออัลลอยเซ็นเตอร์ล็อก 19 นิ้ว
ผลิตพิเศษที่ดีไซน์โดย APP

สำหรับรถAston Martin Vantage V12 Zagato Heritage TWINS 2 คันแรกที่ถูกผลิตออกมาจะถูกกำหนดสเปก
 โดย Marella Rivolta Zagato ซึ่งเป็นประธานร่วมของสำรักงานดีไซน์รถแห่งนี้ muj

ได้เลือกสีทองและ lu แพลตินัมเป็นสีภายนอกของรถ คันแรก และก็จะมีการเปิดตัวในกลางปีนี้
ส่วนการผลิตรถยนต์สำหรับลูกค้าที่จองไว้แล้วจะเริ่มในไตรมาสที่ ของปีนี้

Kia Soul EV รถระบบไฟฟ้า รถรักษ์โลกสัญชาติยุโรป

ด้วยรางวัล World Urban Car of the Year 2020 รถยนต์เมืองที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ของ Kia Soul EV
ทำให้เจ้ารถยนต์รุ่นนี้กลายเป็นที่สนใจของสื่อต่างๆในยุโรปในทันที

เพราะว่ามันผงาดเข้าป้ายคว้ารางวัลชนิดทิ้งคู่แข่งอย่าง Mini Cooper SE รวมทั้ง Volkswagen T-Cross
สองรถยนต์ชนชาติยุโรป ไปแบบไม่เห็นฝุ่นด้วยการคว้าคะแนนถึง 751 คะแนน

สำหรับ Kia Soul EV เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าล้วนจากค่าย Kia Motor Corporation
บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติประเทศเกาหลีใต้

เคยมาเปิดตัวที่บ้านพวกเราไปเมื่อกลางปีก่อนหน้านี้ที่ผ่านมา ในงาน BIG Motor Sale 2019
เนื่องจากว่ามันเป็นรถไฟฟ้าแบบ 100% ทำให้ไม่มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ
และเป็นมิตรกับสภาพแวดล้อม

รูปโฉมภายนอกของ Kia Soul EV ต้องบอกเลยว่าสร้างแรงดึงดูดได้ดีเลยทีเดียว ด้วยการออกแบบที่ดูทันสมัย
เป็นเอกลักษณ์ กระจังหน้าขนาดกระชับ มาพร้อมกับไฟหน้ากว้างแบบ LED และก็ DRLs

ช่วยทำให้รูปลักษณ์รถยนต์มีความเพรียวบาง ฝากระโปรท้ายมีการผสานกับไฟท้ายได้อย่างลงตัวพอดิบพอดี
รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงด้วยกันชนที่กว้างขึ้น

และในส่วนของขุมกำลัง อย่างที่บอกไปแล้วว่ารถรุ่นนี้เป็นระบบ EV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100%
ด้วยแบตเตอรี่ 64 kWh ที่สามารถให้กำลัง 204 แรงม้า และสามารถขับได้ในระยะทางสูงสุด 452 กม.

จากการชาร์จเต็มเพียงหนึ่งครั้ง ที่มาพร้อมระบบการขับขี่ Drive Mode ที่สามารถเลือกได้ตามใจชอบ
ไม่ว่าจะเป็นแบบปกติ, แบบสปอร์ต หรือแบบอีโค

และในส่วนของภายในห้องโดยสารของ รถรุ่นนี้ได้ออกแบบและตกแต่งได้อย่างทันสมัย
อีกทั้งยังเพียบพร้อมด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

เบาะนั่งคู่หน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง และนอกจากนี้เบาะนั่งแถวหลังยังสามารถปรับพับได้ทั้งแบบ 60:40
และ แบบ Dual Level เพื่อเพิ่มพื้นที่สำหรับเก็บสัมภาระด้านท้ายให้มากยิ่งขึ้น
และหลังคาซันรูฟที่ช่วยเพิ่มความหรูหรา

ในส่วนของระบบมัลติฟังก์ชัน หน้าจอแสดงผลแบบ Supervision TFT-LCD Cluster ขนาด 7 นิ้ว,
ระบบแสดงผลแบบ Head-up Display และวิทยุที่มาพร้อมกับหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว

ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay และ Android Auto พร้อมทั้งระบบ Sound Mood Lamp
ที่สามารถเปลี่ยนสีและจังหวะของไฟภายในรถได้ ระบบชาร์จโทรศัพท์มือถือแบบไร้สาย

นอกจากนี้ยังมีระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยอย่าง กล้องมองหลังและเส้นกะระยะ ถุงลมนิรภัยรอบคัน
เบรกมือไฟฟ้าพร้อมระบบ Auto-Hold ระบบควบคุม สเถียรภาพการทรงตัว ESC

และ ระบบช่วยเตือนมุมอับสายตาที่กระจกมองข้าง (Blind Spot Detector) และระบบช่วยเตือนรถขณะถอย RCTA
(Rear Cross Traffic Alert)

ด้วยคุณภาพขับแน่น บวกด้วยราคาเริ่มต้นที่ 2.387 ล้านบาท แถมยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทำให้มันสามารถเอาชนะใจกรรมการก่อนคว้ารางวัล World Urban Car of the Year 2020
ไปครองได้สำเร็จ…

พบกับ Mustang Mach-E สายซิ่งพร้อมส่งมอบปลายปี

ปลายปีนี้ Ford Mustang Mach-E จะเริ่มส่งมอบถึงมือลูกค้า และเป็นการต้อนรับการมาถึงของรถยนต์คันนี้
Abimelec Design ได้ดีไซน์ Mach-E คนนี้ เป็นรถยนต์สายซิ่งเปลี่ยนล้อใหม่

 Ford Mustang เปลี่ยนแปลงส่วนประกอบต่างๆให้ดูแล้วโฉบเฉี่ยวขึ้น

การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดที่เกิดขึ้นเป็นการติตั้งล้อทอง Volk TE37 ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบเป็นอย่างมาก
โดยเฉพาะแวดวงรถยนต์แต่งที่ประเทศญี่ปุ่น

เมื่อล้อผสานเข้ากับตัวรถยนต์เกิดเป็นเคมีที่พอดีอย่างบอกไม่ถูก ล้อใหม่มาพร้อมช่วงล่างที่ถูกปรับให้ต่ำลง
เพื่อช่องว่างของล้อ รวมทั้ง ตัวรถยนต์

เน้นรายละเอียดการออกแบบที่สะดุดตาของ Mach-E โดยเฉพาะกระโปรงหน้ารถ

Mach-E จะมาพร้อมกับตัวเลือกเครื่องยนต์ไม่ต่ำกว่า ตัวเลือก มาพร้อมระบบขับเคลื่อนล้อหลัง
รุ่นมาตรฐานจะมีกำลังอยู่ที่ 266 แรงม้าแล้วก็แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)

และ RWD Extended Range จะมาพร้อมกำลัง 290 แรงม้า และ แรงบิด 317 ปอนด์ฟุต (429 นิวตันเมตร)
ยิ่งกว่านั้นยังมีรุ่นขับเคลื่อน ล้อ, AWD Extended Range และ รุ่นเรือธง Mach-E GT

ผลงานชิ้นใหม่ Lister SUV-E 2020 ใหม่ เบาและแรง

Lister กำลังจะมีผลงานชิ้นใหม่ออกมา ซึ่งไม่ใช่การปรับจูน F-Types ให้มีเสียงท่อไอเสียตามที่สุดเท่าที่เคยมีมา
หากแต่ว่าเป็นสิ่งที่ตรงกันข้าม เพราะเหตุว่า Lister หันมาจับ รถยนต์ไฟฟ้า แล้ว

Lister ร่วมมือกับ Jaguar สร้างสรรค์ประดิษฐ์ผลงานที่มีชื่อว่า ListerSUV-E ที่ปรับปรุงและพัฒนาขึ้นบน I-Pace
ซึ่งไม่เพียงแค่เป็นการตกแต่งรูปลักษณ์ทั่วๆไปเพียงแค่นั้น แต่ว่ายังมีการ อัปเดตซอฟท์แวร์

เพื่อเพิ่มแรงม้าแล้วก็แรงบิดขึ้นจากเดิม ซึ่งตอนนี้เราก็ยังไม่เคยรู้ว่ามันเพิ่มจาก I-Pace รุ่นปกติที่มีกำลังสูงสุด 395 แรงม้า
และก็แรงบิดสูงสุด 696 นิวตันเมตร ไปมาน้อยแค่ไหน

นั่นส่งผลให้อัตราเร่ง 0-96 กิโลเมตร/ชั่วโมง ใช้เวลาเร็วขึ้นกว่ารุ่นปกติ ทั้งยัง SUV-E ยังเบากว่าเดิมถึง 100 กิโลกรัม
จากการใช้วัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ลงในชิ้นส่วนต่างๆไม่ว่าจะเป็นชุดแต่งรอบคัน ,

ฝากระโปรหน้า หรือกระทั่งเบรกแบบคาร์บอนเซรามิกรวมทั้งล้อแบบไทเทเนียมใหม่หมดจด

ListerSUV-E ยังมาพร้อมกับช่วงล่างแบบปรับได้ที่ช่วยทำให้ตัวรถยนต์เตี้ยลงกว่าเดิม รวมถึง เสียงท่อไอเสียที่ดุดันยิ่งกว่า
บางทีนี่อาจเป็น Listerที่มีเสียงดังที่สุดเท่าที่เคยมีมา

“แม้ว่าเครื่องยนต์สันดาปจะถือเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของพวกเรามาอย่างยาวนาน แต่เราก็ปฏิเสธรถยนต์ไฟฟ้าไม่ได้”
มร.Lawrence Whittaker ผู้บริหารของ Listerกล่าวกับพวกเรา

“ListerSUV-E จะถูกผลิตตามความต้องการของลูกค้าแต่ละคนโดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็นตัวถังที่สามารถเลือกสีต่างๆ ได้ตามใจชอบ,
หนังภายในห้องโดยสารที่มีให้เลือกถึง 60 สี รวมถึงทัศนคติที่ว่าอะไรก็เป็นไปได้”

ListerSUV-E มีราคาจำหน่ายเริ่มต้น 125,000 ปอนด์สเตอร์ลิง (ราว 4,870,000 บาท) และจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
ตามการตกแต่งของลูกค้าแต่ละราย…

เพิ่มแรงบิด Hyundai Veloster N 2020

Hyundai Veloster N 2020 ฮ็อตแฮทช์จากดินแดนกิมจิปรับอุปกรณ์ล่าสุด จูนเครื่องใหม่ได้แรงบิดเพิ่ม
กับเปลี่ยนมาใช้เกียร์อัตโนมัติ DCT 8 สปีด

น่าเสียดายที่ค่ายรถยนต์เกาหลีใต้อย่างฮุนไดนำรถตู้ รถยนต์ไฟฟ้า มาขายให้แก่คนไทยเพียงไม่กี่รุ่น
เพราะตอนนี้ที่อเมริกา Hyundai Veloster N 2020 ฮ็อตแฮทช์รหัสแรงเพิ่งรับการปรับใหม่ให้จี๊ดกว่าเดิม

ก่อนหน้ามีรายงานว่า Veloster N จะได้ขยายไซส์เครื่องไปอยู่ที่ขนาด 2.5 ลิตร แต่พอข้อมูลทางการเผย
กลับกลายเป็นว่ายังใช้เครื่องเบนซินเทอร์โบ สูบเรียง 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 250-275 แรงม้า (HP)

ที่ขึ้นอยู่กับแพ็คเกจเสริมความแรง ให้แรงบิดสูงสุด 353 นิวตันเมตร พร้อมปรับซอร์ฟแวร์ใหม่ก็เลยได้เพิ่มมาอีก 7%
มาจบที่ 377 นิวตันเมตร จากนั้นจึงส่งผ่านกำลังไปสู่ล้อหน้าด้วยเกียร์อัตโนมัติคลัทช์คู่แบบเปียก สปีด

ฮุนไดระบุว่าสาเหตุที่แรงบิดเพิ่มขึ้นมาจาก N Grin Shift (NGS) หรือการที่ระบบยอมให้เครื่องยนต์เพิ่มบูสต์สูงสุด
กับเกียร์ตอบสนองเต็มที่ เป็นระยะเวลาประมาณ 20 วินาที

นอกจากนี้ เกียร์ลูกใหม่ยังให้โหมด N Power Shift (NPS) และ N Track Sense Shift (NTS) ซึ่งปรับการตอบสนองของเกียร์
อย่างเหมาะสมขึ้นตรงต่อสถานการณ์

เห็นเจ้ารถตัวแรงสุดวัยรุ่นคันนี้แล้วก็อดเสียดายไม่ได้ เพราะที่ต่างประเทศมันเป็นคู่แข่งของ Honda Civic Type R, Volkswagen Golf R
แบบว่าเป็นตัวเลือกสำหรับคนรักฮ็อตแฮทช์ทั้งนั้น